ดูแลผิวรอบดวงตา สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างอ่อนโยน

ดูแลผิวรอบดวงตา สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างอ่อนโยน

ดูแลผิวรอบดวงตา

ดูแลผิวรอบดวงตา สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างอ่อนโยน เมื่อพูดถึงความงาน สิ่งที่สามารถบ่งบอกอายุและความเหนื่อยล้าของเราได้อย่างชัดเจนก็คือผิวรอบดวงตา ซึ่งถ้าพูดถึงการดูแลผิวหน้าโดยทั่วไปแล้วหลายคนอาจจะได้คะแนนเต็ม 10  สำหรับการลงเซรั่มและครีมบำรุงต่างๆ เป็นประจำ แต่อย่างไรก็ตามหนึ่งในขั้นตอนบำรุงผิวที่มักจะถูกลืมหรือมองข้ามก็คือการใช้อายครีม ซึ่งเป็นสเต็ปที่หลายคนอาจมองว่าไม่จำเป็นและคิดว่าเพียงแค่มอยซ์เจอไรเซอร์ที่ทาลงไปก็สามารถให้ความชุ่มชื้นได้ทั่วทั้งใบหน้าแล้ว  ก็จริงอยู่ที่มอยซ์เจอไรเซอร์ของเราอาจช่วยให้ผิวรอบดวงตาชุ่มชื้นพอ แต่สาวๆ ทราบหรือไม่ว่าผิวบริเวณใต้ตาของเรานั้นบอบบางมากๆ เมื่อเทียบกับผิวส่วนอื่นของใบหน้า ซึ่งมอยซ์เจอไรเซอร์ที่เราทาอาจมีเนื้อสัมผัสที่หนักเกินไป จนไม่สามารถซึมได้ ทำให้เนื้อครีมกองอยู่บนผิว นี่จึงเป็นที่มาของการใช้อายครีมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อความบอบบางของผิวบริเวณรอบดวงตาของเรา

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างอ่อนโยน

ดูแลผิวรอบดวงตา สิ่งสำคัญที่ไม่ควรปล่อยปะละเลย ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างอ่อนโยน

เหตุผลที่เราถึงควรเริ่มใช้อายครีม

– ผิวรอบๆ ดวงตาร่วงโรยได้รวดเร็วกว่าผิวส่วนอื่น

ในแต่ละวันนั้น เราใช้สายตากันเยอะมาก ดวงตาของเราขยับและต้องโฟกัสตลอดเวลา ทั้งจากการจ้องโทรศัพท์และหน้าจอคอมฯ แล้วไหนจะตอนที่เราต้องล้างมาสคาร่าและอายเมกอัพออก ซึ่งขณะที่ล้างหรือเช็ ผิวรอบๆ ดวงตาจะต้องถูกสัมผัสเป็นประจำทุกวันแน่นอน โดยนอกจากปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมต่างๆ ของเรานี่ล่ะที่เป็นปัจจัยที่เร่งให้ผิวรอบดวงตาของเราดูแก่ก่อนวัย โดยมีริ้วรอยและความหมองคล้ำเป็นสัญญาณของผิวที่ร่วงโรยก่อนวัย และเมื่อผิวรอบดวงตาเริ่มดูหย่อนคล้อยหรือขาดความกระชับ ก็อาจจะส่งผลให้ใบหน้าของเราโดยรวมดูไม่เปล่งปลั่งและดูอิดโรยได้

 

– มีความบอบบางเป็นพิเศษ

เนื่องจากว่า ผิวบริเวณรอบดวงตาของเราบอบบางมากกว่าผิวส่วนอื่น การดูแลแค่การลงมอยซ์เจอไรเซอร์อาจจะไม่พอเพียงและไม่ตอบโจทย์กับผิวใต้ตาของเราสักเท่าไหร่ในแง่ของการฟื้นบำรุง โดยการใช้อายครีมเป็นประจำจะช่วยให้ผิวรอบดวงตามีสุขภาพที่ดีได้ในระยะยาว เนื่องจากมีส่วนผสมที่ช่วยในเรื่องความกระชับอย่างเช่นเปป์ไทด์ หรือวิตามินซีที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใส เป็นต้น ที่สำคัญยังมีเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างบางเบาและซึมซาบได้ไวกว่าเมื่อเทียบกับมอยซ์เจอไรเซอร์ทั่วๆ ไป

 

– สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย

นอกจากบอบบางกว่าแล้ว ผิวรอบๆ ดวงตาเรายังสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายกว่า เป็นที่มาที่บางครั้งคอนซีเลอร์หรือเมกอัพที่เราลงบริเวณใต้ตาจะตกร่องได้ง่ายกว่าส่วนอื่นของใบหน้า อายครีมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยคงความชุ่มชื้นระหว่างวันได้ โดยในปัจจุบันอายครีมมักจะมาพร้อมเนื้อสัมผัสมที่ซึบไวและมาพร้อมส่วนผสมและนวัตกรรมการบำรุงที่ช่วยทั้งเรื่องความชุ่มชื้น ความกระชับ และความกระจ่างใสไปในเวลาเดียวกันด้วย

 

– ความหมองคล้ำและริ้วรอยสามารถเป็นต้นเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัย

เคล็ดลับผิวอ่อนเยาว์ไม่ได้หยุดเพียงแค่เซรั่มบำรุงผิวหน้าแต่อย่างเดียว เพระถ้าผิวหน้าสวยกระชับแต่ผิวใต้ตาดูหมองคล้ำและหย่อนคล้อย ใบหน้าของเราก็อาจจะดูอิดโรยและทำให้ดูแก่กว่าวัยได้

เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ถ้าคุณเคยทำแบบนี้

  1. ผิวบริเวณนี้จะบอบบางมาก เวลาเจอครีมแรงๆ จะสะสมความระคายเคืองยิ่งทำให้โทรมไว
  2. ปัญหาใต้ตาคล้ำบางคนก็เข้าใจผิดว่าเกิดจากเม็ดสี ก็สรรหาไวท์เทนนิงเช็ดรอบดวงตา
  3. ครีมบำรุงต่างๆ ต้องสังเกตดูจากฉลากของครีมด้วยว่า หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตาหรือไม่
  4. ถ้าใช้อายครีมที่บอกสรรพคุณลดใต้ตาคล้ำไปสักระยะแล้วดูคล้ำเป็นแพนด้า ให้เลิกใช้แล้วปรึกษาแพทย์
  5. แต่งหน้าทุกวัน แล้วเวลาล้างเครื่องสำอางจะเช็ดรอบดวงตาหลายรอบมากและเช็ดแรงๆ ด้วย อันนี้ไม่ควรอย่างยิ่งเพราะมันจะทำร้ายผิวรอบดวงตาแทนการทำความสะอาด
  6. นอนดึก ตื่นเช้า ไม่เคยทาอายครีมเลย ถ้าคุณอายุเข้า 30 อายครีมถือว่าสำคัญมาก
  7. เลือกใช้อายครีมที่ราคาถูกกว่าแต่สรรพคุณไม่อ่อนโยนต่อผิวรอบดวงตา
  8. ความไวของผิวแต่ละคนไม่เท่ากัน ควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนเลือกใช้อายครีมต่างๆ

Leave Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น