เทคนิคการเสริมจมูก แบบเปิดและแบบปิด แบบไหนดีกว่ากัน แนะนำขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนและหลังเสริมจมูก

เทคนิคการเสริมจมูก

เทคนิคการเสริมจมูก แบบเปิดและแบบปิด แบบไหนดีกว่ากัน แนะนำขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนและหลังเสริมจมูก

เทคนิคการเสริมจมูก จะมีด้วยกัน 2 แบบใหญ่ ๆ คือ เทคนิคการผ่าตัดแบบปิด (CLOSED RHINOPLASTY) และเทคนิคการผ่าตัดแบบเปิด (OPEN RHINOPLASTY) รายละเอียดจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

เทคนิคการเสริมจมูก แบบเปิดและแบบปิด แบบไหนดีกว่ากัน แนะนำขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนและหลังเสริมจมูก

เทคนิคการเสริมจมูก แบบเปิดและแบบปิด แบบไหนดีกว่ากัน แนะนำขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนและหลังเสริมจมูก

เทคนิคการผ่าตัดแบบปิด (CLOSED RHINOPLASTY)

การเสริมรูปแบบนี้ เป็นการเสริมจมูกในรูปแบบที่มีแผลจากรอยกรีด ซึ่งจะเป็นแผลเพียงด้านเดียว หรือสองด้านนั้นก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของแพทย์ หมอจะฉีดยาชาผิวหนังบริเวณที่จะทำการเสริมจมูก จากนั้นค่อย ๆ ทำการเลาะไปในโพรงจมูก แล้ววางซิลิโคนลงไป จากนั้นคุณหมอจะเย็บปิดแผลด้านในโพรงจมูก หลังจากห้องผ่าตัดเจ้าหน้าที่จะทำการบล็อกเฝือกอ่อน เพื่อป้องกันการเคลื่อนของจมูก ป้องกันการเบี้ยวเอียงของสัน การผ่าตัดแบบ Closed นี้ เหมาะสำหรับคนที่มีรูปทรงจมูกที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง ไม่มีปัญหาเรื่องโครงสร้างจมูก

ข้อดี : ราคาไม่แพง ไม่มีรอยแผลเป็นด้านนอก การฟื้นตัวก็จะเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ไม่ต้องวางยาสลบ ในกรณีที่เกิดปัญหา แพทย์สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าการผ่าตัดแบบเปิดผลการผ่าตัดออกมาสวย

ข้อเสีย : มีโอกาสซิลิโคนทะลุ หากเสริมซิลิโคนที่โด่งเกินไป หากรูปทรงจมูกเป็นทรงชมพู่ไม่สามารถแก้ไขได้

เทคนิคการผ่าตัดแบบเปิด (OPEN RHINOPLASTY)

เป็นการผ่าตัดแบบเปิดจมูกด้านหน้า ทำให้มีแผลเป็น กรณีเสริมจมูกแบบ open ซึ่งเป็นการผ่าตัด คนไข้จะต้องงดน้ำ งดอาหารมาอย่างน้อย 1 วันเพื่อตรวจเลือด และ X-ray ดูความพร้อมของปอดในการวางยาสลบ ก่อนการผ่าตัดและหลังผ่าตัดจะต้องพักฟื้นอย่างน้อย 1 คืน

ข้อดี : หมอจะเห็นโครงสร้างจมูกของคนไข้ได้อย่างชัดเจน และตรงจุดมากกว่าการผ่าตัดแบบปิด และสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุด

ข้อเสีย : ราคาสูงกว่าและใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่าการผ่าตัดแบบปิด หากมีปัญหาหลังทำ วิธีการแก้ไขจะยากกว่า และบางรายอาจมีแผลเป็นบริเวณด้านนอกจมูก และการฟื้นตัวใช้เวลานาน มีโอกาสซิลิโคนทะลุ หากเสริมซิลิโคนที่โด่งเกินไป

4.ขั้นตอนที่ต้องรู้ก่อนและหลังเสริมจมูก

ขั้นตอนที่ 1


เลือกคลินิกเสริมจมูก ให้ดี และศึกษาหาข้อมูลให้มาก

  1. ตรวจสอบประวัติหมอที่จะทำการผ่าตัดให้เรา
  2. ตรวจสอบ และหาคลินิกได้รับใบอนุญาต สะอาดปลอดภัย
  3. หมอต้องให้คำปรึกษาอย่างตรงจุด
  4. ซิลิโคนที่ใช้ต้องเกรดดี มีคุณภาพ
  5. ดูรีวิวที่เชื่อถือได้เเละราคาที่เหมาะสม
  6. มีการรับประกันหลังทำ

ขั้นตอนที่ 2


เลือกทรงจมูกที่ใช้ ในแบบของคุณ : การที่มีจมูกรับพอดีกับใบหน้า จะทำให้ใบหน้าสวยดูมีมิติ ซึ่งในปัจจุบัน การศัลยกรรมจมูกนั้น ก็ถือเป็นเรื่องปกติของสาว ๆ ไปแล้ว แต่ในบางครั้ง การเลือกทรงจมูกที่ไม่เข้ากับรูปหน้าของตัวเอง ก็เรียกได้ว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา ดังนั้น ก่อนทำก็ต้องศึกษาข้อมูล และรูปทรงจมูกให้ละเอียด เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดตามมา

ซึ่งมันก็อยู่ที่ความชอบ และความเหมาะสมในฐานทรงจมูกเดิมของแต่ละบุคคล และต้องไม่ลืมว่า ไม่ควรขอให้หมอใส่ซิลิโคน ที่ฝืนเนื้อของตัวเองมากจนเกินไป เพราะจะเสี่ยงที่จะทำให้ปลายจมูกบาง และทำให้จมูกทะลุได้ในที่สุด

ขั้นตอนที่ 3


เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  1. สระผมให้สะอาดก่อนไปผ่าตัดเสริมจมูก เนื่องจาก เมื่อเสริมจมูกไปแล้ว จะต้องระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำเด็ดขาด
  2. ควรงดรับประทานอาหารเสริมทุกชนิด อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  3. งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  4. งดรับประทานยากลุ่มแอสไพริน อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด
  5. แจ้งรายละเอียด เกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา และโรคประจำตัว ก่อนการผ่าตัด
  6. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเต็มที่ก่อนการผ่าตัด

ขั้นตอนที่ 4


ดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก เรื่องสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้าม

  1. หลังจากที่เสริมจมูกไปใน 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นด้วยคูลแพ็ค และวันที่ 4 เป็นต้นไป ให้เปลี่ยนเป็นประคบอุ่น โดยจุดในการประคบเย็น จะมีทั้งหมด 4 จุด ดังนี้ สันจมูกด้านซ้ายและขวา, สันจมูกตรงกลางด้านบน, ระหว่างคิ้ว
  2. ควรนอนโดยใช้หมอนรองคอช่วย และงดการนอนราบ และนอนตะแคง 1 เดือน
  3. งดรับประทานอาหารหมักดอง หรืออาหารที่มีรสเผ็ดจัด เพราะจะทำให้แผลหายช้า
  4. ห้ามแคะ แกะ เกา บริเวณจมูก และระมัดระวัง อย่าให้จมูกได้รับการกระทบกระเทือนรุนแรง เพราะอาจทำให้เบี้ยวได้
  5. ควรระมัดระวัง ไม่ให้แผลโดนน้ำ หากรู้สึกคัน ในบริเวณจมูก ให้ใช้คอตตอนบัด หรือสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดอย่างเบามือที่สุด
  6. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ 1 เดือน
  7. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถี่ถ้วน
  8. หลังผ่าตัด เมื่อครบ 14 วันควรไปตัดไหมตามนัด

Leave Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น