หมวดหมู่: Gaming

เกมแนว Open World กับปัญหาที่ผู้เล่นมือใหม่ มักจะประสบพบเจอ จากการเล่นเกมแบบแผนที่เปิดครั้งแรก

เกมแนว Open World กับปัญหาที่ผู้เล่นมือใหม่ มักจะประสบพบเจอ จากการเล่นเกมแบบแผนที่เปิดครั้งแรก

เกมแนว Open World

เกมแนว Open World กับปัญหาที่ผู้เล่นมือใหม่ มักจะประสบพบเจอ จากการเล่นเกมแบบแผนที่เปิดครั้งแรก

เกมแนว Open World หรือระบบแผนที่ในเกมแบบเปิดโลกกว้าง เป็นเทรนด์วิดีโอเกมที่มีมาตั้งแต่ยุค 2000 แล้วปัจจุบัน รูปแบบเกมดังกล่าวก็ยังคงได้รับความนิยมจากหมู่เกมเมอร์ทุกยุคทุกสมัย ฉะนั้นเป็นเรื่องปกติ ที่ผู้เล่นต้องเคยรู้สึกยากลำบาก จากการเล่นเกม Open-World เป็นครั้งแรก ซึ่งปัญหาที่มักจะพบเจอของผู้เล่นใหม่ จะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกัน

ปัญหาที่ผู้เล่นหน้าใหม่ มักเผชิญ จากการเล่นเกม Open World ครั้งแรก

เกมแนว Open World กับปัญหาที่ผู้เล่นมือใหม่ มักจะประสบพบเจอ จากการเล่นเกมแบบแผนที่เปิดครั้งแรก

หลงทางตั้งแต่เริ่มเล่นครั้งแรก

ทุกการเริ่มต้นของเกม Open-World ในวินาทีแรกของการเล่น ตัวเกมจะมอบความอิสระให้แก่ผู้เล่นทันที ด้วยการเปิดโอกาสให้เดินทางไปที่ไหน หรือทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนที่ในเกม ค่อนข้างที่จะมีขนาดใหญ่ และไม่ได้ใช้การดำเนินเนื้อเรื่องแบบเส้นตรงเหมือนหลายเกม จึงอาจส่งผลทำให้เกมเมอร์ที่เพิ่งเริ่มหัดเล่นเกม Open-World ครั้งแรก ต้องพบกับปัญหา ที่ไม่ทราบว่าต้องเดินทางไปจุดไหน หรือหลงทางนั่นเอง

ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มทำอะไรก่อนเป็นอย่างแรก

คล้ายกับกรณีการเดินหลงทางในโลกเกมข้างต้น เนื่องจากเกม Open-World มีแผนที่ ที่เปิดกว้าง มากเกินไป ก็ส่งผลลัพธ์ทำให้เกมเมอร์หลายคน ไม่ทราบว่าต้องเริ่มทำภารกิจไหนก่อนดี เพราะในบางครั้ง เกมเมอร์อาจเจอเซอร์ไพรส์ ได้เล่นภารกิจที่ยากเกินความสามารถ ซึ่งก็มีส่วนทำให้เกมเข้าถึงยากพอสมควร

อยากจะทำกิจกรรมอื่น ๆ แต่ทำไม่ได้ เพราะติดความคืบหน้า

หลาย ๆ คนคาดหวังว่าเกม Open-World จะปล่อยให้ผู้เล่นสามารถทำกิจกรรมได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มเล่นครั้งแรก ซึ่งความจริงแล้ว เหล่าเกมเมอร์ต้องทำความคืบหน้า เกี่ยวกับเนื้อเรื่องกับคอนเทนต์เสริมบางส่วนเสียก่อน เพื่อตัวเกมปลดล็อกกิจกรรมให้ทำมากขึ้น

ไปซ่ากับ NPC ผิดคน

ในโลกวิดีโอเกม จะมี NPC อยู่สองประเภท โดยประเภทที่หนึ่ง คือมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่ไม่มีพิษมีภัยอะไร และประเภทที่สอง คือมนุษย์ที่สามารถป้องกันตัวเอง และพร้อม “บวก” ใส่คุณอยู่ตลอดเวลา

ติดอยู่ในพื้นที่เลเวลสูง แล้วกลับบ้านเกิดไม่ได้

แม้ผู้เล่นจะเดินทางไปไหนก็ได้ ในแมพของเกม Open-World แต่บางครั้ง หากผจญภัยเข้าไปในสถานที่ที่อันตราย ก็อาจจะทำให้ผู้เล่นเจ็บตัว หรือเอาชีวิตไปทิ้งโดยสูญเปล่า เหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ ตามเกมประเภท MMO หรือ RPG Open-World ที่ด้วยสาเหตุบางอย่าง จู่ ๆ ผู้เล่นหน้าใหม่ ก็มักจะหลงติดอยู่ในพื้นที่เลเวลสูง แล้วไม่สามารถเดินทางออกไปไหนได้ เพราะอาจจะทำให้หลงทางกว่าเดิม หรืออาจโดนมอนสเตอร์ตบตาย เพียงแค่ครั้งเดียว แล้วเกิดใหม่ในเมืองที่อยู่ใกล้ที่ตายที่สุด

ซึ่งวิธีแก้ปัญหาติดอยู่ในพื้นที่เลเวลสูง คือขอความช่วยเหลือ จากผู้เล่นที่เก่งกาจ เพื่อพาตัวเอง กลับไปสู่แผนที่ ที่เป็นบ้านเกิดอีกครั้ง แต่แน่นอน ด้วยเกม MMO สมัยใหม่ที่มีระบบต่าง ๆ มากขึ้น ก็อาจจะมีทางเลือกในการแก้ปัญหา ที่ดีกว่าการขอความช่วยเหลือจากผู้เล่นอื่นก็ได้

เผลอไปสังหาร NPC ผู้บริสุทธิ์

เป็นเรื่องปกติที่ การเริ่มเล่นเกมครั้งแรก เกมเมอร์จะต้องเจอประสบการณ์ การกดปุ่มผิด เนื่องจากว่า ยังไม่คุ้นเคยกับวิธีเล่นเกมเบื้องต้น ฉะนั้น จึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ ที่เกมเมอร์หลายคน มักจะเข้าโจมตี หรือสังหาร NPC ผู้บริสุทธิ์ไป โดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วให้เหตุผลการฆ่าว่า กดปุ่มผิด ซึ่งสำหรับในมุมมองของ NPC แล้ว มันเป็นเหตุผลที่ ฟังดูไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่นัก และแน่นอน NPC ทุกคนในหมู่บ้านจะร่วมมือกัน ล่าแม่มด วิ่งไล่ตามคุณไปจนสุดแผ่นดิน

ก่ออาชญากรรมโดยไม่ได้ตั้งใจ

จะมีเกมแนว RPG เช่น The Elder Scrolls กับ Fallout ที่จะมีระบบ Steal ที่ผู้เล่นสามารถขโมยของ จากการหยิบไอเทมที่มีเจ้าของอยู่แล้ว เอามาใส่เข้ากระเป๋า Inventory ตัวเอง หากขโมยไอเทม แล้วโดนเจ้าของจับได้ ผู้เล่นอาจโดนลงโทษ ด้วยการลดแต้มความน่าเชื่อถือ หรือโดนริบของคืน แต่ด้วยสัญชาตญาณของเกมเมอร์แล้ว เมื่อเห็นไอเทมบางอย่างตกอยู่ที่พื้น หรือบนโต๊ะแล้วสามารถเก็บได้ ผู้เล่นจะทำการเก็บไอเทมเข้ากระเป๋าแบบรัว ๆ โดยไม่ทราบว่า คุณกำลังก่ออาชญากรรม แล้วกลายเป็นศัตรูกับคนทั้งเมือง โดยที่คุณไม่ได้ตั้งใจ

Apex Legends Mobile เทคนิคการเล่น Apex Legends เวอร์ชั่นมือถือ เล่นอย่างไร ไม่ให้ตายเป็นคนแรกในทุกสมรภูมิ

Apex Legends Mobile เทคนิคการเล่น Apex Legends เวอร์ชั่นมือถือ เล่นอย่างไร ไม่ให้ตายเป็นคนแรกในทุกสมรภูมิ

Apex Legends Mobile

Apex Legends Mobile เทคนิคการเล่น Apex Legends เวอร์ชั่นมือถือ เล่นอย่างไร ไม่ให้ตายเป็นคนแรกในทุกสมรภูมิ

Apex Legends Mobile เทคนิคการเล่น Apex Legends เวอร์ชั่นมือถือ เล่นอย่างไร ไม่ให้ตายเป็นคนแรกในทุกสมรภูมิ แม้หลาย ๆ คนจะเป็นเกมเมอร์ Apex Legends ในระดับที่เชี่ยวชาญแล้ว แต่บนเวอร์ชั่นมือถือ อาจจะทำให้ต้องปรับตัวกันพอสมควร เพราะเกมเพลย์การเล่นนั้น แทบจะยกฝั่ง PC มาเกือบหมด หลาย ๆ คนที่ไม่เคยเล่น อาจจะไม่เข้าใจ หรือแม้แต่ คนที่เล่นอยู่แล้ว อาจจะปวดหัว กับการตั้งค่าต่าง ๆ ของตัวเกมในมือถือนี้ วันนี้เรารวบรวมเอาเทคนิคเด่น ที่ใช้ได้จริง มาแนะนำให้ลองไปปรับใช้กันดู รับรองว่าอาจจะทำให้คุณเล่นเก่งขึ้นได้อย่างแน่นอน

เทคนิคการเล่น Apex Legends Mobile เวอร์ชั่นมือถือ เล่นอย่างไร ไม่ให้ตายเป็นคนแรกในทุกสมรภูมิ

Apex Legends Mobile เทคนิคการเล่น Apex Legends เวอร์ชั่นมือถือ เล่นอย่างไร ไม่ให้ตายเป็นคนแรกในทุกสมรภูมิ

ตั้งค่า Layout ปุ่ม ตามที่ตัวเองถนัด

เรื่องของการตั้งค่าและ Layout ปุ่ม เป็นสิ่งที่หลายคนต้องการคำแนะนำอยู่เสมอ นับตั้งแต่เกมเปิดให้ได้เล่น แต่การตั้งค่าที่เหมาะสมนั้น จะขึ้นอยู่กับ ความถนัดของผู้เล่นแต่ละคนมากกว่า ดังนั้น วิธีการหา Layout ปุ่ม และการตั้งค่าที่เหมาะ กับตัวเองมากที่สุด คือลองนั่งปรับแต่งด้วยตัวเอง เนื่องจากเกมรองรับการออกแบบ และจัดวางปุ่ม ได้อย่างเป็นอิสระ ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับว่า อุปกรณ์ของผู้เล่นนั้น มีขนาดหน้าจอกว้างเท่าไร มีพื้นที่ให้ลากเป้ายิงตามแค่ไหน ปรับความเร็วเท่าไหร่ ถึงจะดี เพราะปัจจัยหลายอย่าง ของแต่ละคนนั้น ไม่เหมือนกัน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือ ทดลองตั้งค่า และลองเล่นด้วยตัวเองจะดีที่สุด และการใช้ปืนสไนเปอร์ หรือปืนลูกซองในเกมนี้ อาจจะต้องเรียนรู้ และปรับตัวกันในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

เรียนรู้ไอเทม อาวุธ กระสุน ในโหมด Firing Range

Apex Legends เป็นเกมที่ต้องใช้ความเร็ว ในการเล่นที่สูงมาก ไม่ว่าจะลูทของ ยิงปะทะ หลีกเลี่ยง หลบหนี ไอเทมต่าง ๆ ในเกมนี้ ก็มีมากมาย เช่น ปืนแต่ละประเภท, ที่ใช้กระสุนที่ต่างกัน, ยาที่แบ่งขนาด, หรือแม้แต่ Hop-Up การติดตั้งปืนต่าง ๆ สำหรับคนที่เล่น Apex Legends มาก่อนนั้น อาจไม่ใช่ปัญหา แต่กับมือใหม่ ที่เพิ่งเคยมาสัมผัสเวอร์ชั่นมือถือ เป็นครั้งแรก อาจจจะงงกันจนอาจทำอะไรไม่ถูก ดังนั้น ทางที่ดี Firing Range คือทางออก เพราะนอกจากคุณจะได้ฝึกยิงในห้องนี้ได้แล้ว ในห้องฝึกซ้อมนี้ จะมีไอเทม กระสุน ปืน ยา ให้ครบ ให้เราได้เลือกเล่น เลือกใช้งานกันได้ เหมาะสำหรับมือใหม่ ที่ต้องการจะรู้จักไอเทมต่าง ๆ และมือเก่าที่อยากจะซ้อมยิงก่อนไปเล่นจริง

ฟังเสียงในการเล่น

แม้ว่าเกมนี้จะมีระบบบอกทิศทางการเล่นที่ชัดเจน ว่ามีศัตรูมาจากทางไหน มีการยิงกันจากมุมไหน เหมือนกันกับเกมมือถืออื่น ๆ แต่ความแตกต่างของ Apex Legends นั้น อย่างที่บอกว่า ตัวเกมมีเกมเพลย์การเล่นด้วยสปีดความเร็วที่สูงมาก ๆ ดังนั้น กว่าจะประมวลผลได้ว่า โดนยิงจากทางใด ด้วยภาพในเกม ก็อาจจะไม่ทันการเสียแล้ว การฟังเสียงในเกม จึงค่อนข้างมีความสำคัญมากเลยทีเดียว แนะนำว่า ถ้าเล่นโหมด Team Deathmatch หรือ Arena อาจจะไม่มีปัญหาอะไรมากนัก เพราะพื้นที่การต่อสู้ เป็นพื้นที่ปิด และไม่ค่อยกว้าง แต่โหมด Battle Royale นั้น จำเป็นอย่างมากในการฟังเสียง ไม่ว่าจะเสียงยิง เสียงฝีเท้า หรืออื่น ๆ อีกมากมาย การได้ยินเสียงของเกม ยังไงก็เป็นทางนำไปสู่ชัยชนะ

อย่าลืมใช้สกิลของตัวละคร

คนเล่น Apex Legends บน PC นั้น จะรู้ดีว่า ตัวละครแต่ละตัวจะมีสกิลการใช้งาน ที่ช่วยสร้างสถานการณ์ ในการเล่นที่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น การสแกนศัตรูของ Bloodhound การวาง Jumpad ของ Octane แต่สำหรับในเวอร์ชั่นมือถือ ด้วยความที่เกมก็เร็ว ปุ่มให้กดก็เยอะแยะไปหมด มีหลาย ๆ ครั้งเลยทีเดียว ที่เราอาจจะลืมใช้สกิลของตัวละครเหล่านั้น ดังนั้น พยายามใช้สกิลของตัวละคร เมื่ออยู่ในจังหวะที่พร้อมใช้งาน และใช้ให้ถูกสถานการณ์ เพราะบางสกิลอาจจะสามารถพลิกเกมได้เลย

อัปเกรด Perk ของตัวละคร

อีกหนึ่งความสุดยอด ของเวอร์ชั่นมือถือ คือ การที่สกิลของลีเจนด์แต่ละคน จะเปลี่ยนแปลงไปตามรูปแบบ Perk ที่เราอัปเกรดด้วย ระบบการอัปเกรด Perk ในเกมนี้ จะได้จากการที่เรานำเอาลีเจนด์คนนั้น ไปใช้เล่นบ่อย ๆ จนเลเวลอัป และเราจะได้เหรียญตราของตัวละครตัวนั้น ๆ มา และนำไปอัปเกรด Perk เพิ่มความสามารถของตัวละครตัวนั้นได้ มันจะพิเศษตรงที่ บางครั้ง จะทำให้สกิลการเล่น ของตัวละครนั้น เปลี่ยนไปเลย

เกมสร้างจากหนัง หนังดังแต่เกมสุดเฟล 5 เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล

เกมสร้างจากหนัง หนังดังแต่เกมสุดเฟล 5 เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล

เกมสร้างจากหนัง

เกมสร้างจากหนัง หนังดังแต่เกมสุดเฟล 5 เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล

เกมสร้างจากหนัง สุดเฟล 5 เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล เมื่อกระแสตอบรับวิดีโอเกม ที่แย่เกินกว่าคาดการณ์ไว้ ในบางครั้ง ทีมพัฒนาหรือตัวแทนจำหน่าย ก็เลือกที่จะปิดตราบาปของตัวเองด้วยการถอดเกมออกจากร้านค้า แล้วไม่นำกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง นี่คือ 5 เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล แล้วจะมีอะไรบ้าง ก็สามารถเข้าไปอ่านได้เลยเกมสร้างจากหนัง

5 เกมสร้างจากหนัง เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล

เกมสร้างจากหนัง หนังดังแต่เกมสุดเฟล 5 เกมที่กระแสตอบรับไม่ดี จนผู้พัฒนาต้องเลิกขายตลอดกาล

Overkill’s The Walking Dead

Overkill’s The Walking Dead เป็นผลงานเกม CO-OP FPS เกมแนวเอาตัวรอดจากซอมบี้ โดยทีมงาน Overkill Software หรือทีมผู้สร้างเกม Payday ซึ่งเกมดังกล่าว มีกระแสตอบรับที่น่าผิดหวัง เนื่องจากเกมการเล่น แทบไม่แตกต่างจาก Payday รวมถึงมีปัญห้เรื่อง Performance มากมาย

ด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ กับยอดขายที่ย่ำแย่ หลังจากเกมวางจำหน่ายใน PC เพียง 4 เดือน ทาง Skybound Entertainment ที่เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ The Walking Dead ได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับค่าย Starbreeze แล้วนำเกมดังกล่าว ถอดออกจากร้านค้า รวมถึงเกมเวอร์ชันสำหรับคอนโซล ก็โดนยกเลิกการพัฒนาไปในที่สุดเช่นกัน

แม้ว่า คุณภาพเกม Overkill’s The Walking Dead โดยรวม ยังห่างไกลที่จะเรียกได้เต็มปากว่าเป็น เกมห่วย แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าเพียงเกมไม่ดีเกมเดียว จะส่งผลทำให้ตัวแทนจำหน่ายอย่าง Starbreeze Publishing ต้องเผชิญหน้ากับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทใหม่ รวมถึงบริษัทต้องเกือบเจ๊ง เพราะเจ้าเกมนี้ไปแล้ว

Afro Samurai 2: Revenge Of Kuma


Afro Samurai 2: The Revenge of Kuma คือเกมแอ็กชั่น-ผจญภัย ที่ดัดแปลงมาจากซีรีส์แอนิเมชันในชื่อเรื่องเดียวกัน โดย Episode 1 ออกวางจำหน่ายครั้งแรก ในปี 2015 แต่อย่างไรก็ตาม เกมดังกล่าว ก็มีกระแสตอบรับไม่ค่อยดี ทั้งด้านเกมเพลย์ ที่ไม่น่าสนใจ ภาพกราฟิกแย่ บั๊กเยอะ รวมถึงมียอดขายที่น่าผิดหวัง

ตอนแรก ทีมงานจะเดินหน้าพัฒนา Episode ต่อไป พร้อมปรับปรุงเนื้อหาใหม่ ให้ดีขึ้น แต่จากการพิจารณาแล้ว ด้วยเส้นทางอนาคตของเกมดังกล่าว ดูทรงแล้วไม่สวยหรู ทีมงานจึงตัดสินใจระงับการขายเกม Afro Samurai 2: The Revenge of Kuma ทั้งผ่านทาง Steam กับ PSN, คืนเงินให้ผู้ซื้อทุกคน พร้อมยุติการพัฒนาเกมแบบถาวร

The Culling 2

หากพูดถึงบิดาเกมแนว Battle Royale ที่มาก่อนกาล หลายคนอาจจะนึกถึง The Culling ที่เปิดให้เล่น Early Access ครั้งแรกในปี 2016 และได้รับความนิยมจากเหล่าเกมเมอร์พอสมควร

แต่อย่างไรก็ตามแต่ ในปี 2017 ทีมพัฒนาเกม Xaviant Games ตัดสินใจยุติการอัปเดตเกม The Culling ภาคแรกเอาไว้ชั่วคราว เพื่อทีมงานมุ่งเน้นสร้างเกม The Culling 2 แล้วออกวางจำหน่ายในปี 2018

เนื่องจาก The Culling 2 เป็นเกมภาคต่อ ที่แฟน ๆ หลายคนไม่ต้องการ และผลักดัน Microtransaction มากเกินไป และเกมเพลย์มีการดร็อปคุณภาพลง จากเกมภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ The Culling 2 ได้รับตำแหน่ง เป็นหนึ่งในเกมยอดแย่แห่งปี 2018 กับมียอดคนเล่นที่เงียบเหงาเป็นป่าช้า ความล้มเหลวของ The Culling 2 นี้ ทำให้ทีมงานตัดสินใจถอดเกมดังกล่าว ออกจากร้านค้า และปิดให้บริการระบบออนไลน์ หลังเปิดให้เล่นเพียงแค่ 8 วันเท่านั้น

Jump Force

หากพูดถึงเกมที่โดนถอดออกจากร้านค้าแล้ว หลายคนก็คงรู้สึกใจหาย และเซอร์ไพรส์มากที่สุด ก็คงไม่มีทางหนีพ้น Jump Force เกมต่อสู้ Arena สุดทะเยอทะยาน ที่นำเอาตัวละครการ์ตูนดังจากค่าย Jump มาต่อสู้กันเอง

ถึงอย่างนั้น Jump Force กลับไม่ใช่เกมที่หลายคนคาดฝันไว้ ด้วยระบบการต่อสู้ ที่เรียบง่ายเกินไป ภาพกราฟิกสมจริง ขัดกับตัวละครที่มาจากการ์ตูน รวมถึงเนื้อเรื่องไม่น่าสนใจ ทำให้เกมนี้ สร้างความผิดหวังให้แก่ทั้งกลุ่มเกมเมอร์ทั่วไป รวมไปถึงแฟน ๆ การ์ตูน Jump

ถึงแม้ Jump Force จะมีรีวิวไม่ค่อยน่าประทับใจ แต่อย่างน้อย Bandai Namco ยังคงพยายามยื้อชีวิต ให้เกมดังกล่าวอยู่รอด ให้ได้นานที่สุด ด้วยการปล่อยตัวละครนักสู้ DLC คนใหม่ที่น่าสนใจอย่างต่อเนื่อง

จนเวลาผ่านไป 3 ปี ในที่สุด Bandai Namco ก็ประกาศยุติการวางจำหน่าย Jump Force ทุกแพลตฟอร์ม ซึ่งส่งผลทำให้แฟน ๆ การ์ตูนค่าย Jump หลายคน ออกมาแสดงความเสียดาย ที่เกมดังกล่าวไม่สามารถไปถึงใฝ่ฝันได้

Fast & Furious Crossroads

แม้แต่พลัง แฟมิลี่ ของ Dominic Toretto ก็ไม่สามารถเซฟเกม Fast & Furious Crossroads ได้ อย่างที่เกมเมอร์หลายคน (โดยเฉพาะชาว GamingDose) น่าจะทราบดีอยู่แล้วว่า Fast & Furious Crossroads คือเกม Tie-In ภาพยนตร์ที่ได้รับตำแหน่ง เกมยอดแย่ประจำปี 2020 อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยภาพกราฟิกตกยุค ระบบการขับรถที่ไม่สนุกสนาน การเล่าเรื่องไม่สมเหตุสมผล และปัญหาด้าน Performance มากมาย

เพราะกระแสวิจารณ์ว่าเป็นที่เกมแย่ รวมถึงไม่ได้รับความสนใจ จากเหล่าเกมเมอร์เท่าที่ควร ทำให้ Fast & Furious Crossroads ได้ยุติการวางจำหน่าย ในเวลาไม่ถึง 2 ปี ทั้งที่ตัวเกมยังไม่ปล่อยเนื้อหา DLC ออกมาเลยแม้แต่คอนเทนต์เดียว

PUBG Mobile เล่นอย่างไรให้เทพ

PUBG Mobile เล่นอย่างไรให้เทพ

PUBG Mobile

          PUBG Mobile เป็นเกมในรูปแบบ Battle Royal ที่ผู้เล่นนั้นจะต้องต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ เพื่อหาผู้ชนะเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น มันจึงเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความท้าทาย ความน่าสนใจคือถึงแม้ว่าจะลงบนโทรศัพท์มือถือแต่งานกราฟิกและการนำเสนอนั้นก็สามารถทำออกมาได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กับฉบับ คอมพิวเตอร์ PC เลยแม้แต่น้อย

          เชื่อว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาสัมผัส PUBG บนระบบมือถือแล้วไม่ชิน เพราะระบบการเล่น สำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่อยากรู้ว่า PUBGMobile นั้นมีอะไรที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมหรือไม่ หรือมีความแตกต่างอะไรยังไงจากเวอร์ชั่น PC บ้าง ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในการเล่น PUBG Mobile ที่เรา Olifun อยากนำเสนอ

แล้วจะ เล่นอย่างไรให้เทพ ล่ะ? มาดูกัน

PUBG Mobile เล่นอย่างไรให้เทพ

1 เรียนรู้การควบคุม

          ข้อหนึ่งที่แตกต่างแน่นอนจากบน PC ก็คือการควบคุมที่ไม่เหมือนกันเลย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของทุกคนแน่นอน เนื่องจากหน้าจอจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับปุ่มและอื่นๆบอกไว้ครบถ้วน ที่ควรจำเอาไว้คือ นิ้วซ้ายใช้เคลื่อนที่ นิ้วขวาใช้เล็งยิงและกดคำสั่งต่างๆ และสำหรับการเคลื่อนที่ ถ้าหากดัน Touch Screen ไปจนเลยวงกลมไปก็จะเป็นการวิ่ง ส่วนการหมอบ ก้ม เล็งและอื่นๆจะอยู่ด้านขวา

          สิ่งหนึ่งที่ควรระวังไว้สักหน่อยก็คือการเผลอไปกดโดนปุ่มอื่นๆโดยไม่ได้ตั้งใจ(โดยเฉพาะปุ่มยิง) ใครที่นิ้วใหญ่ๆหน่อยต้องระวังเอาไว้นิดหนึ่ง ส่วนการเก็บของนั้น ให้เราเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วเลื่อนเมนูเลือกหยิบของที่ต้องการได้เลย ส่วนถ้าเป็นกล่องจากศพศัตรูหรือ Air Drop ให้เลือกกดที่รูปกล่อง จะเป็นการเปิดกล่องขึ้นมาเลือกให้หยิบครับ

2 เลือกเก็บของไวและครบถ้วน

          สิ่งหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เล่นได้มากก็คือระบบเก็บของและแต่งปืนอัตโนมัติที่ผู้เล่นไม่ต้องมาพะวงเรื่องการจัดของให้ยุ่งยากแบบบน PC แถมยังมีระบบแต่งปืนอัตโนมัติมาให้ด้วย(แค่เก็บ Mod มาก็จะติดตั้งให้เลยทันที) แต่เราก็สามารถเข้าไปปรับแต่งปืนและดูของที่เก็บมาได้ที่เมนูรูปกระเป๋าเป้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่ควรทำหลังกระโดดร่มลงมาก็คือ พุ่งเข้าไปหาของที่วางกองอยู่ก่อน แทนที่จะเป็นกล่องหรืออย่างอื่น เพราะสามารถเห็นได้ทันทีจากทางด้านขวาว่าของบนพื้นนั้นมีอะไรอยู่บ้าง ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากในบริเวณที่มีคนโดดร่มลงมาเยอะๆ และเราสามารถเลือกเก็บของได้เลยทันที

3 ไม่ต้องรีบยิง ค่อยๆเล็งจนแน่ใจก่อน

          เนื่องจากการบังคับการเล็งในระบบมือถือนั้นแตกต่างจากบน PC ที่ใช้เมาส์อย่างมากเพราะต้องใช้นิ้วในการเล็งแทนใช้ทั้งมือ และจอยังเล็กกว่าปกติมาก ทำให้หลายคนลนเวลาปะทะกันอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นว่ายิงไม่โดนจนกระสุนหมดไปเสียเฉยๆ หรือกลายเป็นโดนยิงตายแทน ให้เราใจเย็นๆ และรักษาระยะห่างในการยิงให้ดีๆ ในเวอร์ชั่นมือถือนี้มีระบบช่วยเล็งให้เรายิงโดนได้ง่ายขึ้นด้วย แนะนำว่าในระยะปานกลางที่ไม่ไกลจนเกินไปให้ยิงแบบไม่ต้องผ่านศูนย์เล็ง จะยิงได้ง่ายและคล่องตัวกว่าเพราะสามารถเคลื่อนที่ไปยิงไปได้ ส่วนในระยะไกลมากๆก็ให้เล็งผ่านศูนย์เล็งได้เลย อาจจะมีการขยับตำแหน่งบ้างเพื่อให้ฝั่งตรงข้ามเล็งยิงสวนคืนได้ยากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของแต่ละคนด้วยว่าจะเล็งยิงได้คล่องหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน

4 สังเกต Mini Map ด้านบนเสมอ

          สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาใน PUBGMobile ก็คือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเสียงที่เกิดขึ้นในหน้า Mini map เราจะรู้ได้ทันทีว่าในบริเวณนั้นมีใครยิงกันแหรือเสียงวิ่งที่ใกล้เข้ามาได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอะไรดังขึ้น ให้รีบดูที่แผนที่ด้านบนเลย ว่าต้นตอของเสียงนั้นมาจากทางไหนเพื่อที่จะได้วางแผนรับมือได้ถูกครับ หรือถ้ามองไม่ชัดไม่ถนัดก็สามารถกางแผนที่ใหญ่ดูเพิ่มได้ด้วย

5 อย่าลืมเป้าหมายของเกม

          อย่าลืมว่า PUBG ไม่ใช่เกมที่คนชนะต้องเป็นคนที่ฆ่าได้มากที่สุด แต่หมายถึงคนที่อยู่รอดเป็นคนสุดท้ายต่างหาก อะไรที่ควรทำในเกมหลักก็ควรทำในเกมเวอร์ชั่นนี้ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นการเกาะรอบวง หรือเคลื่อนที่เมื่อวงบีบเข้ามา และการแบ่งของเมื่อเล่นร่วมกันเป็นทีม และการฟังเสียงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ใครที่ชินจากการเล่น PUBG เวอร์ชั่นปกติมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ต้องทำเช่นเดิมห้ามลืมเด็ดขาดครับ ไม่จำเป็นต้องฆ่าเยอะเพราะนี่ไม่ใช่แข่งขันใหญ่ ทำอย่างไรก็ได้ขอให้รอดเป็นคนสุดท้ายก็พอ ถ้าเล่นคนเดียวก็ต้องเฉียบคม เล่นเป็นทีมก็ต้องมีทีมเวิร์คที่ดี

6 ปรับภาพกราฟฟิกให้เหมาะสมกับเครื่อง หรือปรับตามที่เกมแนะนำ

          ในตอนเริ่มเล่นใหม่ๆ เกมจะปรับภาพกราฟฟิกให้ตามสเปคของเครื่องมือถือ ซึ่งจะปรับมาอย่างเหมาะสมในหลายๆเครื่อง แต่ถ้าใครคิดว่าเกมยังกระตุกอยู่ ก็ให้เข้าไปปรับความละเอียดของกราฟฟิกลงมา เพื่อให้เล่นได้ไหลลื่นขึ้น

          แม้โดยหลักแล้วการเล่นทั่วไปจะคล้ายคลึงกับเวอร์ชั่น PC แต่ก็จะมีรายละเอียดบางอย่างที่ลดทอนลง แต่ก็มีส่วนใหม่ๆเพิ่มเข้ามาด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ได้เปรียบในเกมคือการควบคุมที่ดี ถ้าหากฝึกเคลื่อนระหว่างยิงได้คล่อง รับรองได้เลยว่าได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ แน่นอน

5 เกมมือถือพรีเมี่ยมน่าเล่น 2022 จ่ายทีเดียวจบ

5 เกมมือถือพรีเมี่ยมน่าเล่น 2022 จ่ายทีเดียวจบ

5 เกมมือถือพรีเมี่ยมน่าเล่น 2022 จ่ายทีเดียวจบ

          สำหรับทั้ง 5 เกมมือถือน่าเล่นที่เราจะเอามาฝากกันในวันนี้ของทั้ง iOS และ Android  จะเป็นเกมที่ต้องจ่ายเพื่อให้ได้เล่น เนื่องจากเป็นเกมระดับพรีเมี่ยม กราฟฟิกสวย และถูกลิขสิทธ์ จะมีเกมอะไรใหม่ ๆ น่าเล่นบ้าง ไปดูกันเลย

5 เกมมือถือพรีเมี่ยมน่าเล่น 2022 จ่ายทีเดียวจบ

1. Minecraft

          เกมชื่อดัง และฮิตมากๆ อย่างต่อเนื่องจากบนคอมฯ และอีกหลายแพลทฟอร์มลงมาบนมือถือ ซึ่งตัวเกมบนมือถือนี้ จะค่อนข้างต่างจากบนคอมฯ อยู่เล็กน้อย และแนะนำว่าให้ลองดูคนอื่นเล่น หรือว่าทำความเข้าใจกับตัวเกมก่อนเล็กน้อยไม่อย่างนั้นอาจจะซื้อเกมมาแล้วอาจจะเล่นไม่เป็นเลยก็ได้ ซึ่งตัวเกมนั้นจะค่อนข้างอิสระ และจะสามารถสร้างสรรค์อะไรในเกมก็ได้ใน Creative mode หรือจะเล่นในโหมดเอาชีวิตรอด ที่ต้องคอยเก็บวัตถุดิบเพื่อสร้างสิ่งต่างๆ เองหมด จะต่อสู้หรือเล่นกับผู้อื่นก็ได้ด้วย ซึ่งราคาเกมสำหรับระบบมือถือแต่ละระบบ ก็มีราคาดังนี้

  • Android :  ราคา 225 บาท
  • iOS :  ราคา 199 บาท

2. Hitman Sniper

          เกมมือถือน่าเล่น 2022 เกมต่อมา ใครที่เป็นแฟนเกมสไนเปอร์ต้องถูกใจเกมนี้แน่นอน โดยเราจะได้รับบทเป็นคนแม่นปืน ที่ได้รับภารกิจต่างๆ มา ว่าจะต้องเล็งเพื่อยิงเป้าหมายแบบไหน ซึ่งภารกิจแต่ละอันก็ไม่เหมือนกันด้วย อย่างเช่นการลอบยิงแบบปกติ หรือสร้างสถานการณ์ให้ดูสมจริง และไม่ให้ใครมาพบเจอ ใช้เครื่อง X-Ray หรือว่ายิงเป้าหมายขณะที่เคลื่อนไหวอยู่ แน่นอนว่าความยากง่ายของภารกิจก็จะต่างกันไปอีก นอกจากนี้ยังมีปืนให้เลือกแต่ง และมี Survival Mode ที่ต้องยิงซอมบี้ด้วย! ซึ่งราคาเกมสำหรับระบบมือถือแต่ละระบบ ก็มีราคาดังนี้

  • Android :  ราคา 46 บาท
  • iOS : ราคา 9 บาท

3. Small Farm Plus

          เกมปลูกผักแบบภาพ 2 มิติที่มีราคาไม่แพงมากนัก และทำขึ้นโดยคนไทย มีความสนุกจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้ง iOS และ Android ด้วยความน่ารักของตัวเกม กับความสนุกเพลินๆ ที่สามารถเล่นไปได้เรื่อยๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แนวการเล่นก็จะเหมือนเกมปลูกผักทั่วไป ที่ให้เราเก็บของหรือซื้อเม็ดมาปลูก และขายต่อคนที่มาซื้อ และยังได้เลี้ยงสัตว์ต่างๆ เพื่อผลผลิตที่นำมาขายได้เช่นกัน นอกจากนี้เรายังสามารถเปิดร้านกาแฟ หรือแต่งตัวได้อีกด้วย เป็นเกมที่น่าสนใจมากๆ ราคาไม่แพงด้วย ซึ่งราคาเกมสำหรับระบบมือถือแต่ละระบบ ก็มีราคาดังนี้

  • Android :  ราคา 10 บาท
  • iOS :  ราคา 9 บาท

4. Stardew Valley

          เกมมือถือน่าเล่น 2022 แนวปลูกผักอีกหนึ่งเกม ที่มีชื่อเสียงและฮิตเป็นอย่างมากในตอนนี้ โดยตัวเกมนั้นจะคล้ายๆ กับแนว Harvest Moon ที่เราสามารถปลูกผัก และพบเจอคนอื่นๆ ในแอพได้ด้วย ที่น่าสนใจคือตัวเกมนี้สามารถสร้างตัวละครเองได้ และค่อยๆ เริ่มจากการปลูกผัก เก็บวัตถุดิบต่างๆ และสร้างสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ตามขึ้นมา ถ้าใครที่ชอบแนวเกมแบบ Harvest Moon รับรองว่าเกมนี้จะได้อารมณ์แบบนั้นเลย แต่จะมีความสนุกมากกว่าเดิม ตรงที่ทุกอย่างเราต้องสร้างเอาหมดเลย แถมเนื้อเรื่องเกมก็มีอะไรให้ทำอีกเยอะมากๆ ใครชอบต้องโหลดมาเล่นเลย ซึ่งราคาเกมสำหรับระบบมือถือแต่ละระบบ ก็มีราคาดังนี้

  • Android :  ราคา 150 บาท
  • iOS :  ราคา 119 บาท

5. Grand Theft Auto : San Andreas

          เกมมือถือน่าเล่น ที่เป็นเกมในตำนาน เคยทำรายได้ถล่มทลายกันมาแล้ว นั่นก็คือ Grand Theft Auto หรือในชื่อที่รู้จักกันดีคือ GTA ซึ่งตัวนี้ก็คือ เหมือนกับเล่นเกมผ่านบนคอมเลย ในราคาที่ถือว่าไม่แพงมาก แน่นอนว่าเนื้อเรื่องทั้งหมด ก็จะเหมือนๆ กับบนคอมด้วย ส่วนใครที่ไม่เคยเล่นเลย เกมนี้เล่นไม่ยาก แค่บังคับตัวละครไปตามภารกิจต่างๆ ให้ลุล่วง หรือถ้าใครไม่ชอบทำภารกิจ ก็เล่นแบบ Open World ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยก็ได้เช่นกัน ใครที่เป็นสาวก GTA ต้องไม่พลาดเกมคลาสสิคเกมนี้เลย ซึ่งราคาเกมสำหรับระบบมือถือแต่ละระบบ ก็มีราคาดังนี้

  • Android :  ราคา 159 บาท
  • iOS :  ราคา 199 บาท