สุดยอด นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ แห่งโลกอนาคต

สุดยอด นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ แห่งโลกอนาคต

สุดยอด นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ แห่งโลกอนาคต

สุดยอด นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ แห่งโลกอนาคต

7 สุดยอด นวัตกรรม แห่งโลกอนาคต

วันนี้ทางเรา Olifun ได้รวบรวมเอา นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำ แห่งโลกอนาคต มาให้เพื่อนๆได้ ทำการเปิดหูเปิดตา และเตรียมสำหรับ สิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เพราะเราเชื่อว่าวันหนึ่ง ทั้ง 7 อย่างที่เราได้นำมาให้เพื่อนๆได้รับ ชมในววันี้จะเป็น สิ่งที่เปลี่ยนแปลง ระบบยานยนต์สมัยนี้ ไปจนหมด และถูกแทนที่ด้วย เหล่า นวัตกรรมล้ำหน้าเหล่านี้

1. นวัตกรรมพวงมาลัยรถยนต์เป็นแทปเล็ตได้

          เรื่องของเจ้าพวงมาลัยอัฉริยะที่ว่านี้เป็นแผนพัฒนาของ Nissan ที่เรากำลังจะได้เห็นกันในปีนี้ ทั้งคอนโซลหรือแผงควบคุมด้านหน้ารถจะเปลี่ยนรูปแบบจากการขับขี่ด้วยพวงมาลัยปกติ (ถึงรูปร่างของพวงมาลัยจะดูล้ำหน้ากว่าปกติไปมากแล้วก็ตาม) กลายร่างเป็นแผงควบคุมด้วยระบบสัมผัสแบบเต็มรูปแบบกันเลย

          ส่วนพวงมาลัยเองก็จะกลายร่างเป็นหุ่นยนต์ที่ช่วยควบคุมการขับเคลื่อนแบบอันโนมัติเต็มรูปแบบ ซึ่งเราน่าจะเห็นการตกแต่งของรถยนต์แห่งอนาคตที่ว่านี้กันในอนาคต ที่รถขับเคลื่อนอัตโนมัติเริ่มวางตลาดกันอย่างจริงจัง

2. การใช้ข้อมูลชีวภาพแทนกุญแจ

          ระบบนี้จะทำให้การพกกุญแจรถเป็นเรื่องล้าสมัย เพราะเพียงคุณแตะมือจับประตู รถก็จะรู้ทันทีว่าคุณเป็นเจ้าของรถผ่านทางลายนิ้วมือ ถ้าหากคุณใช้รถร่วมกับผู้อื่น มันก็สามารถที่จะปรับเบาะที่นั่ง กระจกมองหลัง มุมพวงมาลัย ให้เข้ากับผู้ขับขี่แต่ละคนได้ทันที ส่วนรีโมทนั้นในอนาคตอาจจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบโทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในหน้าที่ที่มากกว่าเดิม อาทิ ส่งรถไปหาที่จอด และเรียกรถกลับมารับ

3. ระบบแกะรอยการวิ่งของรถ

          ระบบนี้จะนำเอาข้อมูลรูปแบบการขับขี่ของเราที่เก็บไว้ในหน่วยความจำของรถ อาทิ ความเร็วที่ใช้, แรงจี และระยะทางที่ขับขี่ในแต่ละวัน มาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อประเมินราคาในการต่อประกันภัยรถยนต์ คราวนี้แม้จะใช้รถยนต์รุ่นเดียวกัน แต่ใครขับดี ขับแย่ ราคาประกันก็จะไม่เท่ากัน เพราะความเสี่ยงต่างกันนั่นเอง ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ขับดีก็จ่ายน้อย

4. พลังงานไฟฟ้ากับรถคลาสสิค

          เป็นกระแสที่เริ่มมีคนให้ความสนใจในยุโรป ที่มีการคุมเข้มเรื่องมลภาวะ เป็นที่รู้กันว่าบรรดารถคลาสสิคนั้น เรื่องการควบคุมมลพิษไม่ใช่จุดแข็ง แต่จุดแข็งนั้นอยู่ที่รูปทรงที่งดงาม เลยมีกระแสการดัดแปลงเอาเครื่องยนต์เก่าไร้ประสิทธิภาพออก แล้วแทนที่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่เงียบและทรงพลังเข้าไปแทน อาจจะมีคนแย้งว่ามันจะขาดรสชาติ แต่เชื่อเถอะว่าหากได้ลองรถพลังงานไฟฟ้าดีๆ ดูสักครั้ง จะเข้าใจว่าแรงบิดมหาศาลที่มีให้ใช้ทันทีแบบไม่ต้องรอนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด หากเทียบกับเครื่องยนต์ดั้งเดิมที่จุกจิกและไม่มีเรี่ยวแรง แถมยังปล่อยมลภาวะมากมายอีกต่างหาก มีดีก็แค่เสียงคำรามประเภท “เห่าแต่ไม่กัด” อาจจะถึงเวลาที่เราน่าจะเอารถคลาสสิคมาทำให้ใช้งานได้ดีอีกครั้ง ด้วยหัวใจใหม่ไฮเทคน่าจะดีไม่น้อย ตัวอย่างที่เห็นได้เช่น มัสแตง รุ่นทศวรรษที่ 60 ที่ใช้ชื่อว่า ซอมบี 222 ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว เข้าไป ให้กำลัง 750 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 3.5 วินาที เท่านั้น

5. นวัตกรรมรถยนต์สุดล้ำที่บอกรายละเอียดเส้นทางบนกระจกหน้ารถ

          ลองนึกภาพตามว่า เมื่อการเดินทางของเรามีรายละเอียดต่างๆ ปรากฏขึ้นบนกระจกหน้ารถแบบ Real Time เลย นอกจากที่จะทำให้เราไม่ต้องละสายตาจากถนนแล้ว เรายังเห็นภาพจริงซ้อนทับกับ Holographic เหมือนการขับขี่ยานอวกาศในหนัง Sifi อย่างไรอย่างนั้น มันจะทำให้การขับขี่จะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุกและตื่นเต้นขนาดไหนกัน

          ซึ่งต้องขอบคุณบริษัท Way Ray ที่สร้าง Navion ขึ้นมาที่เฉพาะคนขับเท่านั้นที่จะมองเห็นเจ้าภาพ Holographic ที่ว่านี้และจะทำให้การขับรถตอนกลางคืนมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งนั่นทำให้เราคาดการณ์กันว่าในอนาคตอันใกล้นี้การเพิ่มรายละเอียดลงในภาพจริงจะกลายเป็นเรื่องปกติของการขับขี่ไปซะ

6. BMW series 7 กับกุญแจรถในอนาคตแบบสัมผัสหน้าจอ

          ข้อนี้เป็นจริงแล้วแต่ยังมีผู้ใช้อยู่จำนวนน้อยมาก เป็นทอร์กออฟเดอะทาวน์กันอยู่พักนึงเลยซึ่ง BMW เป็นเจ้าแรกที่ทำให้เราจุดประกายเรื่องของนวัตกรรมรถยนต์แห่งอนาคตที่แม้แต่กุญแจรถยังสามารถควบคุมการทำงานของรถได้เกือบครบทุกอย่าง ถ้ามองผ่านๆ ยังคิดว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ซะอีก

          ส่วนการชาร์ตก็ต้องแน่นอนว่าเป็นแบบไร้สายกันแล้ว ทำให้เรารู้ว่าการควบคุมรถแห่งอนาคตนั้นเราทำจากตรงไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องนั่งในรถเท่านั้นอีกต่อไป อิสรภาพของการขับขี่อย่างแท้จริง

7. สั่งงานด้วยเสียง

          Voice Recognition เป็นระบบการทำงานตามคำสั่งเสียงของคุณทั้งหมด ไม่ว่าจะเปิดแอร์ ฟังวิทยุ เทคโนโลยีไม่ได้ถูกออกแบบไว้เพื่อความสะดวกสบายแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จากการที่คนขับต้องเสียสมาธิเพื่อทำสิ่งเหล่านี้ และไม่โฟกัสกับการขับขี่นั่นเอง

สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก 4 อันดับ

สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก 4 อันดับ

สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก 4 อันดับ

สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก 4 อันดับ

Capilano Suspension Bridge – Canada

     เริ่มต้นกับ สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก อย่าง สะพานแขวนคาพิลาโน หนึ่งในสถานที่ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสผืนป่าอันลึกลับจากมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สะพานแขวนนี้เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ยอดต้นไม้ที่อยู่รอบตัว ด้วยความยาว 450 ฟุต (137 เมตร) และอยู่สูงเหนือแม่น้ำคาพิลาโน 230 ฟุต (70 เมตร)

          ในช่วงแรกนั้น โครงสร้างของสะพานไม่มั่นคง โดยทำมาจากวัสดุอย่างแผ่นกระดาน ไม้สน และเชือกปอ ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1889 โดยวิศวกรโยธาชาวสก็อตแลนด์ จอร์จ แกรนท์ แม็คเคย์ เพื่อทำทางเดินเชื่อมไปยังป่า หลังจากนั้น จึงเปลี่ยนจากเชือกปอมาใช้สายเคเบิลเหล็กแทน ซึ่งมีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักที่มากกว่า 1,300 คนได้ และได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดขึ้นชื่อของแวนคูเวอร์ในเวลาต่อมา สะพานแห่งนี้โดดเด่นด้วยทิวทัศน์รอบด้านซึ่งเป็นป่าสูง เขียวชอุ่ม และสวยงามชนิดที่จินตนาการได้ยาก นอกจากนั้น คุณจะได้เดินไปตามเส้นทางเดินป่าอันประกอบด้วยคลิฟวอร์คที่เป็นทางเดินริมหน้าผา จุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดของที่นี่ สะพานแขวนนี้ยื่นออกมาจากหน้าผาแกรนิตและเชื่อมต่อไปยังเขตป่าฝน ทำให้ตรงนี้สามารถมองเห็นหุบเขาลึกจากบนสะพานได้ แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว ช่วงที่เป็นจุดที่สูงที่สุดของทางเดิน ถูกบุด้วยแผ่นกระจกใสเพื่อให้นักท่องเที่ยวมองเห็นยอดของต้นไม้ที่อยู่ใต้เท้าแค่เพียงปลายนิ้ว นอกจากนั้นคุณยังมีโอกาสได้ร่วมทัวร์ป่าฝนไปกับไกด์ และเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างคนท้องถิ่นและผืนป่า ทั้งหมดที่เล่ามาการันตีว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ที่คุณน่าจะไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

Carrera Lake - Argentina

          ใครเบื่อทะเล เรามีทะเลสาบให้คุณไป ที่ที่คุณจะลืมน้ำทะเลใสๆ หาดทรายขาวชั่วขณะหนึ่ง เพราะทะเลสาบ Carrera แห่งนี้ มีถ้ำมหัศจรรย์ที่น่าตื่นตาตื่นใจซ่อนอยู่ ที่นี่คือถ้ำหินอ่อนเจิดจรัสอยู่ในทะเลสาบการ์เรรา (General Carrera) สวยจนใคร ๆ ก็คิดว่าหลุดออกมาจากจินตนาการของศิลปินคนไหนหรือเปล่า

          ถ้ำหินอ่อนนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของทะเลสาบการ์เรรา (General Carrera) ทะเลสาบขนาดใหญ่ในภูมิภาคปาตาโกเนีย (Patagonia) ภูมิภาคใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ โดยทะเลสาบนี้อยู่ระหว่างชายแดนของอาร์เจนตินาและชิลี เป็นถ้ำที่เกิดจากกระแสน้ำกัดเซาะเป็นระยะเวลานับล้านปี จนภูเขาหินอ่อนเกิดเป็นถ้ำหินอ่อนที่ไม่เหมือนถ้ำแห่งใดในโลก ที่นี่ตอบโจทย์คำว่ามหัศจรรย์แห่งธรรมชาติได้ดีเยี่ยม คุณจะตะลึงกับความวิจิตรของหินอ่อน หลายรูปทรงที่แข่งกันสะท้อนผืนน้ำทะเลสาบเป็นประกาย

Iguaza Falls - Argentina

          อลังการยิ่งกว่าน้ำตกใด คือหนึ่งในมรดกโลก สำหรับน้ำตก Iguazu (อีกัวซู) Iguazu แปลว่า สายน้ำอันยิ่งใหญ่ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากสุดในอเมริกาใต้ น้ำตกแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ขาดสาย ด้วยความตระการตาของม่านน้ำอันทรงพลัง ไม่มีวันหมดแรง ใครคิดว่าน้ำตก Niagara สูงสุดใจ น้ำตก Iguazu แห่งนี้ สูงยิ่งกว่า

          Iguazu Falls แบ่งตามระดับความสูง-ต่ำของแม่น้ำ Iguazu โดยฝั่งขวาอยู่ในเขตรัฐ Parana ประเทศบราซิล ฝั่งซ้ายอยู่ที่ Misiones ประเทศอาร์เจนตินา ที่นี่ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่กว่า 270 แห่ง แต่ละแห่งมีความยาวมากกว่า 1 ไมล์ และความสูงอยู่ที่ 200 ฟุต ถ้าลองมองมุมกว้างจะรู้สึกได้เลยว่ามนุษย์เรานั้นตัวนิดเดียวจริง ๆ เมื่อเทียบกับธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ด้วยความอลังการเป็นที่สุดของ Iguazu นี้ หนึ่งในน้ำตกบริวารที่ชื่อ The Devil’s Throat มีลักษณะเป็นตัวยู (U) สูงเกือบ 5,000 ฟุต และยาวกว่า 2,000 ฟุต ทั้งสูง สวย มีพลังมาก มักเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากตกลงไปในน้ำตกแห่งนี้ คงเหมือนถูกปีศาจเขมือบกลืนหายไป อาจฟังดูน่ากลัว แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะที่นี่มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย ให้เราได้ชมม่านน้ำอันอลังการแบบปลอดภัยสุดๆ ด้วยองค์ประกอบน่าทึ่งของหนึ่งในมรดกโลกอย่าง Iguazu จึงทำให้ที่นี่ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลกในฝันของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ใครชมภาพแล้วไม่จุใจ ต้องเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว

Hitachi Seaside Park, Ibaraki – Japan

          สวน Hitachi (Hitachi Seaside Park) อาณาจักรดอกไม้ที่เรากำลังพูดถึง เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองฮิตาชินากะ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่ในสวนสูงต่ำสลับพื้นราบและเนินเขาเล็ก ๆ เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ตามฤดูกาล มีของแถมเป็นวิวทะเลแปซิฟิกสุดสวยสุดสายตา นอกจากทุ่งดอกไม้หลากสีสันในบรรยากาศที่ต่างกันของงสี่ฤดู สวนฮิตาชิ ยังมีโซนอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์คุณได้ครบ ทั้งโซนสวนต้นไม้ เนินทะเลทรายชื่อดัง และโซนสวนสนุกที่เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เด็ก ๆ และยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ให้ผู้ที่มาเยือนพักผ่อนหย่อนใจตามสะดวก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ลองมากมายเช่น การปั้นถ้วยชามดินเผา การรำไทเก๊ก การปิ้งบาร์บีคิว ทีเด็ดของสวนแห่งนี้ หนีไม่พ้นดอกไม้อย่างแน่นอน แต่ทุ่งดอกไม้ที่สวยเด็ด คงต้องยกให้พุ่มไม้น่ารัก ชื่อว่า Kokia ซึ่งเจ้าพุ่มไม้นี้ทำให้สวนฮิตาชิโด่งดังเป็นพลุแตกเลยทีเดียว โดยไม้พุ่มสามารถเปลี่ยนสีได้ 3 สี ตามช่วงเวลา ช่วงหน้าร้อนพุ่มไม้จะเป็นสีเขียว ช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ต่อมากลายเป็นทุ่งสีเหลือง พอฤดูใบไม้ร่วงกลายเป็นทุ่งทองสีน้ำตาล จนที่สุดแล้วเมื่อพุ่มไม้ Kokia แห้งตัวลง จะถูกนำไปใช้ประโยชน์ต่อ ด้วยการนำมามัดรวมกันเป็นไม้กวาด เรียกว่าสวยอย่างมีคุณค่าจริง ๆ กระซิบบอกนิดหนึ่งว่า ถ้าใครอยากดูพุ่มไม้ Kokia ช่วงที่มันเป็นสีแดงตัดกับฟ้าสีฟ้าสดใส ต้องไปช่วงเดือน ต.ค. เท่านั้น อาจต้องเช็คช่วงการเดินทางดีๆ หน่อย เพราะช่วงที่เป็นสีแดงมีระยะเวลาค่อนข้างสั้น แต่ถ้าเพื่อน ๆ จะแพลนการเดินทางตอนนี้ก็ยังทัน มีสิทธิ์ได้เก็บภาพพุ่มไม้น่ารัก ๆ สีแดงได้เต็มอิ่มแน่นอน

   เป็นกันบ้างครับ กับ สถานที่ที่สวยที่สุดในโลก ที่เรา Olifun ได้รวบรวมมาในวันนี้ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวแล้วทางเรา ยังมีข้อมูลน่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย ทั้งสุภาพ , เทคโนโลยี , แฟชั่นทันสมัย , หรือแม้กะทั่ง รีวิวเกมอื่นๆอีกมากมาย ถ้าเพื่อนๆสนใจขอแค่เพียง ติดตาม ทางเว็บไซด์ของเราไว้เราจะมี ข้อมูลดีดีมากมาย มาให้เพื่อนได้รับชมในเวลาถัดไป

เที่ยวต่างประเทศ พร้อมทริคแบบประหยัด

เที่ยวต่างประเทศ พร้อมทริคแบบประหยัด

เที่ยวต่างประเทศ

    Olifun เที่ยวต่างประเทศ แหล่งรวมความสนุก ความบรรเทิง และ ความรู้ เรามาพร้อมกับ หัวข้อดีดีมากมาย ทั้งเกม แฟชั่น สุขภาพ และสถานที่ท่องเที่ยว เรื่องน่ารู้อื่นๆอีกมากมาย วันนี้เรามาพร้อมกับหัวข้อที่ซีเรียสอย่างหนึ่ง เมื่อสถานะการบ้านเมืองของเราชวนให้เกิดการปวดหัว ทั้งยังสถานะการโควิด ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน หลายคนอาจจะเกิดความเครียสสะสมได้ง่ายๆ วันนี้เราเลยมาพร้อมกับ หัวข้อที่หลายๆคนอยากรู้อย่างการ เที่ยว ต่างประเทศ ถ้าประเทศเรามันเที่ยวยาก ก็ไปเที่ยว ต่างประเทศสิง่ายดี วันนี้เราได้รวบรวมทริปสำหรับคนที่ต้องการ ไปเที่ยว ต่างประเทศเพื่อไม่ให่เสียเวลาก็ไปกันดีกว่า

ไปต่างประเทศ พร้อมทริคแบบประหยัด

เที่ยวต่างประเทศ พร้อมทริคแบบประหยัด

1. เที่ยว ต่างประเทศ ด้วยตั๋วเครื่องบินราคาถูก

          ติดตามข่าวสารสายการบิน หรือเพจโปรโมชั่นไว้ พร้อมกับวางแผนการเดินทางคร่าวๆ เมื่อไหร่ที่มีส่วนลดในเส้นทางที่เราจะไปก็จะได้ซื้อได้ทันทีโดยไม่เสียเวลา (เพราะตั๋วถูกมีจำกัด ถ้าไม่รีบอาจจะซื้อไม่ทันคนอื่นได้นะครับ) หรืออีกวิธีง่ายๆคือใช้เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาบินที่ปัจจุบันมีมากหมายหลายเว็บไซต์ที่จะช่วยให้เราเจอตั๋วราคาคุ้มค่า และประหยัดเวลาในการค้นหาตั๋วเครื่องบินได้อีกด้วย ลดเวลาจากการเข้าเว็บสายการบินหลายๆเว็บไซต์แล้วเปรียบเทียบราคาเอง

2. ใช้เงินเที่ยวแบบคุ้มค่า ต้องดูอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็น

          งบสำหรับการเดินทางในแต่ละทริปที่เราตั้งไว้ จะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น ดังนั้นอย่าลืมพิจารณาสิ่งสำคัญอย่าง “อัตราแลกเปลี่ยน” ลองดูทริคง่ายๆแลกเงินยังไง ให้คุ้มแบบสุดๆ

  • ซื้อเงินของประเทศนั้นไว้ก่อนล่วงหน้า(เมื่อค่าเงินถูกลง) เพื่อเตรียมนำเงินนั้นไปใช้ในการเที่ยว ต่างประเทศ แบบคุ้มที่สุด
  • เปรียบเทียบเรทแต่ละที่ให้ดี รู้ไหมว่า..ร้านแลกเงินหรือธนาคารชื่อเดียวกัน ถ้าต่างสาขากันจะให้เรทราคาที่ต่างกันด้วย ซึ่งร้านที่ให้เรทดีๆนั้นเพื่อนๆสามารถหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต หรือเปรียบเทียบเองจากเว็บไซต์ของผู้ให้บริการได้โดยตรง
  • และเมื่อต้องการแลกเงินกับร้านแลกเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ควรและกับร้านที่ได้รับการรับรองจากธนาคาร และต้องใช้ passport ในการแลกเงินด้วย

3. กินอาหารข้างทาง ประหยัด แถมได้รสชาติแบบคนท้องถิ่น

          ลองเปลี่ยนจากทานร้านอาหาร มาทานอาหารข้างทาง หรือซื้อจากซุปเปอร์มาเก็ตแบบคนท้องถิ่นดูบ้างในบางมื้อ นอกจากจะประหยัดค่าอาหารจากการจากร้านแพงๆตามแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เพื่อนๆจะได้สัมผัสกลิ่นอายแบบคนท้องถิ่นเมื่อไปเที่ยว ต่างประเทศ ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆจากการเดินทาง
ข้อควรระวัง ดูก่อนว่าประเทศที่เราเดินทางนั้นสะอาดหรือไม่ และเลือกร้านที่ดูสะอาดถูกสุขอนามัย  นอกจากนี้ควรสอบถามส่วนประกอบของอาหารก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงส่วนประกอบอาหารที่เราแพ้ หรือที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระหว่างเดินทาง

4. เที่ยว ต่างประเทศ แบบไม่ต้องจ่ายค่าที่พัก

          เมื่อไปเที่ยว ต่างประเทศ นอกจากโรงแรมแล้วเพื่อนๆสามารถเลือกพักได้หลายรูปแบบ ที่ทั้งถูกและดี หรือพักได้ฟรีๆเลยก็มีนะครับ เช่น ห้องพักรวมราคาถูกแบบ Hostel ที่จะได้พบเพื่อนใหม่ระหว่างเดินทาง, การจองที่พักผ่านแพลตฟอร์มตัวกลาง ที่เหล่าเจ้าของเปิดบ้านหรือห้องพักส่วนตัวให้นักท่องเที่ยวเช่าระยะสั้น, หรือแอพหาที่พักยอดฮิตของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ ที่สามารถส่งคำร้องขอไปพักฟรีกับสมาชิกท่านอื่นๆ ถ้าโชคดีอาจได้พบเพื่อนต่างชาติที่คุยกันถูกคอ เราก็ถือโอกาสนี้ให้เพื่อนใหม่เป็นไกด์นำเที่ยว หรือพาเราออกไปนั่งแฮงค์เอ้าท์ โอ้โห…เหมือนได้ใช้ชีวิตแบบคนในประเทศที่เดินทางเลยล่ะ

5. ทั้งประหยัด และสบาย ด้วยบัตรเดินทางแบบเหมาจ่าย

          “ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง” เมื่อต้องเดินทางในต่างประเทศ นั้นไม่ใช่น้อยๆ เมื่อต้องการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ควรศึกษาดูก่อนว่า ประเทศที่จะเดินทางมีโปรโมชั่นบัตรโดยสารแบบเหมาจ่ายหรือไม่ (คล้ายๆระบบเหมาจ่ายต่อเที่ยวของรถไฟฟ้า BTS ในบ้านเรา) เพราะราคาเฉลี่ยต่อเที่ยวเดินทาง มักจะถูกกว่ามาก (โดยเฉพาะเพื่อนๆที่อายุไม่เกิน 24- 26 ปี ควรตรวจสอบสิทธิ์ให้ดี บางประเทศสามารถเดินทางด้วยบัตรเยาวชนราคาจะถูกกว่าครึ่งเลยทีเดียวครับ)
ยกตัวอย่าง เช่น EUrail Global Pass บัตรเหมาจ่ายค่าเดินทางด้วยรถไฟที่ใช้เดินทางได้ทุกกประเทศในยุโรป, EUrail Select Pass บัตรเหมาจ่ายค่าเดินทางแบบเลือกเฉพาะประเทศที่จะเดินทางไป, JR Pass บัตรเหมาจ่ายค่าเดินทางรถไฟในญี่ปุ่น เป็นต้น

6. ทัวร์แบบใหม่ ไม่ต้องจ่ายซักบาท กับ Free Walking Tour

          Free walking Tour คือ ทัวร์ที่ใช้เวลาแบบสั้นๆ ส่วนมากใช้เวลาไม่เกิน 1-3 ชม. มักจะเดินพาชมแบบเจาะจงสถานที่ เป็นรูปแบบทัวร์ที่กำลังเป็นที่นิยมมากสำหรับนักเดินทางโดพเฉพาะในต่างประเทศ ซึ่งทัวร์ก็มีหลายรูปแบบมากๆครับ เช่น ทัวร์รอบหอไอเฟล ทัวร์หลอนในซากเมืองโบราณ ซึ่งไกด์ที่พาเราไปมักจะเป็นไกด์ที่ทำเป็นอาชีพเสริม ลูกทัวร์ไม่ต้องจ่ายเงินค่าทัวร์ แต่จะนิยมให้ทิปส์ไกด์เป็นการตอบแทน ข้อดีคือ สามรถเลือกเฉพาะที่ที่สนใจ ใช้เวลาน้อย และไม่ต้องจ่ายเยอะ

7. เที่ยว ต่างประเทศ แบบประหยัด ติดขวดน้ำไปด้วยทุกที่

          ลองคิดดูว่าเราจะใช้เงินมากเท่าไหร่ เมื่อไปเที่ยว ต่างประเทศ แล้วต้องเสียค่าน้ำดื่มในแถบประเทศตะวันตกราคาขวดละ 50-70 บาท หรือในญุี่ปุ่นราคา 30-40 บาท น้ำเปล่าในหลายๆประเทศราคาแพงมากเมื่อเทียบกับบ้านเรา นั่นก็เพราะว่าหลายๆประเทศมีน้ำประปาที่สะอาด ดื่มได้ คนในประเทศจึงไม่จำเป้นต้องซื้อ เพื่อนๆเองก็สามารถประหยัดได้ง่ายๆ แค่พกขวดน้ำไว้แล้วกรอกจากก๊อกน้ำสาธารณะ หรือที่พัก 

วิธีลดน้ำหนัก 9 วิธีได้ผลแน่นอน

วิธีลดน้ำหนัก 9 วิธีได้ผลแน่นอน

วิธีลดน้ำหนัก

         วันนี้เรา Olifun มาพร้อมกับ วิธีลดน้ำหนัก เพื่อนๆ เคยเป็นไหม ลองลดน้ำหนักมาก็หลายวิธีแต่ไม่สำเร็จสักที  ควบคุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว ต่อไปนี้จะเป็นเทคนิคเล็ก ๆ ที่ถ้าตั้งใจทำ รับรองว่าลดน้ำหนักได้อย่างที่ใจต้องการแน่ ๆ

9 วิธีได้ผลแน่นอน

วิธีลดน้ำหนัก 9 วิธีได้ผลแน่นอน

1. การออกกำลังกาย

          ให้เคลื่อนไหวเพิ่มมากขึ้น การออกกำลังกายช่วยลดปริมาณอาหารที่รับประทานและลดความหิว แนะนำให้การออกกำลังกาย “40 นาที 4 วันต่อสัปดาห์” เพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้น ก็เพียงพอแล้ว โดยผู้เชี่ยวชาญ ได้แนะนำว่า ถ้าคุณหยุดพฤติกรรมของคุณ ไม่ว่าถ้าคุณหยุดการออกกำลังกาย หรือหยุดควบคุมอาหาร น้ำหนักก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง วิธีที่จะทำให้คุณเกาะติดกับพฤติกรรม นั่นคือการหาคู่หูลดน้ำหนัก เพื่อนที่มีเป้าหมายลดน้ำหนักเหมือนกัน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน

2. เคี้ยวอาหารให้ละเอียด และเคี้ยวอาหารช้าๆ

          หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าถ้าจะลดน้ำหนักก็ต้องไม่กินข้าวสิ! ซึ่งจริงๆ แล้วการลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารไม่ได้หมายความว่าเราต้องมาอดอาหารนะ แต่เป็นการที่เราต้องกินอาหารให้ถูกต้อง ซึ่งวิธีการลดน้ำหนักด้วยตัวเองอย่างแรกที่แนะนำคือ การเคี้ยวอาหารให้ละเอียด และเคี้ยวอาหารช้าๆ การเคี้ยวอาหารอย่างละเอียด ช่วยให้เรากินอาหารช้าลง ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาหารที่เรารับเข้ามาในร่างกาย เพราะสมองต้องใช้เวลาในการเข้าใจว่าร่างกายของเราอิ่มแล้ว แล้วถึงใช้เวลาสั่งการให้เราหยุดกิน เรื่องนี้มีการศึกษาแนวสำรวจพฤติกรรมจำนวน 23 ชิ้นไว้ด้วยว่า คนที่กินอาหารเร็วๆ มีแนวโน้มน้ำหนักตัวขึ้นมากกว่าคนที่กินอาหารช้า

3. โปรตีนในอาหารทุกๆมื้อ

          มีการวิจัยอยู่มากมาย ว่าการรับประทานโปรตีนจะช่วยคงสภาพของกล้ามเนื้อ และช่วยลดปริมาณของไขมันในระหว่างที่ลดน้ำหนัก นั่นเป็นเพราะว่า ลิวซีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ร่างกายสังเคราะห์ขึ้นเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหารจะช่วยคงสภาพของกล้ามเนื้อในระหว่างที่ลดน้ำหนัก และการคงสภาพของกล้ามเนื้อช่วยในการเผาผลาญพลังงาน

4. รับประทานอาหารเช้า

          คุณสามารถลดน้ำหนักได้เพียงแค่รับประทานอาหารเช้าเท่านั้น ความจริง การศึกษาหลายชิ้นได้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่อดอาหารเช้าทำให้ลดน้ำหนักได้ยากกว่า ทำไม? นั่นเป็นเพราะว่าการรับประทานอาหารเช้านั้นทำให้คงระดับของฮอร์โมนที่ช่วยเร่งการเผาผลาญ

5. พยายามอย่างดอาหาร หรือลดมื้ออาหารลง

          การอดอาหารทำให้คุณหิว และบั่นทอนพลังใจของคุณ ดังนั้นควรรับประทานอาหารอย่างน้อย 3 มื้อต่อวัน การรับประทานอาหารถี่ ๆ ครั้งละน้อย ๆ ช่วยให้คุณควบคุมความหิวได้ กล่าวคือยิ่งแบ่งมื้ออาหารเป็นหลายมื้อ จะทำให้เราได้กินได้น้อยลง เพราะความอิ่มยังคงอยู่

6. ค่อยเป็นค่อยไป

          โดยปกติแล้วการลดน้ำหนักจะสำเร็จได้มากกว่าหากทำอย่าง “ค่อยเป็นค่อยไป” ประมาณ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งการลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป น้ำหนักที่ลดได้ก็คือไขมัน หากลดเร็วเกินไป บางครั้ง สิ่งที่ลดอาจจะไม่ใช่ไขมัน แต่คือน้ำในร่างกาย หรือกล้ามเนื้อ

7. หาคู่หูลดน้ำหนัก

          คู่หูลดน้ำหนักจะช่วยเป็นกำลังใจให้คุณ และจะช่วยให้คงพฤติกรรมในการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย ให้หาคนที่มีเป้าหมายเช่นเดียวกันกับคุณ หลังจากนั้นให้ช่วยหาพฤติกรรมที่ทำให้รับประทานอาหารมากเกินไป และออกกำลังกายน้อยเกินไปของทั้งสองคน และช่วยกันคิดว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างไร

8. ทานอาหารสีรุ้ง

          อาหารสีรุ้ง หมายถึง ผักและผลไม้ แคลอรี่ต่ำ และไม่มีไขมัน อีกทั้งประกอบด้วยใยอาหาร วิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินเค กรดโฟลิก โปแตสเซียม ยิ่งอาหารที่รับประทานมีสีรุ้งมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคหัวใจ และป้องกันเบาหวานอีกด้วย ข้าวกล้อง และธัญพืช มีใยอาหาร จะถูกย่อยและถูกดูดซึมได้ช้ากว่า สะสมเป็นไขมันได้น้อยกว่า ดังนั้นแนะนำให้คุณรับประทานข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมื้อ

9. ให้รางวัลกับตนเอง

          ถ้าคุณทำตามและถึงเป้าหมาย เช่น ลดน้ำหนักได้ 5 กิโลกรัม คุณก็ควรให้รางวัลกับตนเอง มีการศึกษาครับว่าการให้รางวัลกับตนเองจะช่วยให้เกาะติดกับโปรแกรมได้นานกว่า เพียงแต่ “อย่าใช้อาหารเป็นรางวัล” คุณอาจให้รางวัลกับตนเองด้วยการไปดูหนัง หรือไปเที่ยวพักผ่อน

Summer Travel หน้าร้อนนี้ต้องไปให้ได้

Summer Travel หน้าร้อนนี้ต้องไปให้ได้

Summer Travel

Travel & Tours  Summer Travel วันนี้เรามาพร้อมกับ หน้าร้อนที่กำลังจะ มาเยือนเรา เราเลยรวม ที่เที่ยวคลายร้อน รับซัมเมอร์ที่ร้อนแบบสุดๆ ในปีนี้มาฝากกัน ไปรับลมคลายร้อน ชมบรรยากาศแสนธรรมชาติ ให้หายร้อนไปกับ ช่วงฤดูร้อนที่แสนยาวนานของประเทศไทยเรา ใครพร้อมแล้วก็ตามเรามา เตรียมกล้องแล้วออกไปเที่ยวกันกับ Summer Travel 

รวมที่เที่ยว 5 แห่ง หน้าร้อนนี้ต้องไปให้ได้

Summer Travel หน้าร้อนนี้ต้องไปให้ได้

อุทยานแห่งชาติเขาหินงู

   เริ่มด้วย รับชมธรรมชาติ แสนสบาย ตากลมแบบชิวๆ กับ อุทยานแห่งชาติเขาหินงู อยู่ห่างจากตัวเมืองราชบุรีไปประมาณ 8 กิโลเเมตร เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเชิงธรรมชาติที่เราจะได้สัมผัสกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของภูเขาหิน ซึ่งแต่ก่อนบริเวณตรงนี้เคยเป็นแหล่งระเบิดหิน แต่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยว ทางโบราณคดี และได้มีการสร้างพระพุทธรูปหินขนาดใหญ่ เต็มพื้นที่หน้าผา สร้างจากการยิงแสงเลเซอร์ลงหน้าผาหิน แถมยังมีสะพานทอดยาวให้ได้เดินชมบรรยากาศอีกด้วย ดูไปดูมาก็คฃ้ายเมืองจีนสุดๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าที่นี่อยู่ราชบุรีนี่เอง แถมไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วย มีเวลาวันเสาร์อาทิตย์ก็สามารถมาเที่ยวได้

บ้านรักไทย

   หมู่บ้านในสายหมอก ที่หลายคนมักมองข้ามเมื่อ หน้าร้อนมาถึง บ้านรักไทย ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชาวจีนยูนนานอดีต ทหารจีนคณะชาติ (กองพล 93) “ก๊กมินตั๊ง” บ้านรักไทยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล กว่า 1,776 เมตร ทำให้พื้นที่ เหมาะสมอย่างยิ่งกับการปลูกชาพันธุ์ดี และพืชเมืองหนาว ทิวทัศน์ของ หมู่บ้านโอบล้อมไปด้วยทิวเขา แมกไม้ที่ อุดมสมบูรณ์ บ้านรักไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของชาและขาหมู่หมั่นโถว คล้ายกับดอยแม่สลอง (กองพลเดียวกัน) นักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยวที่แห่งนี้เพื่อดื่มด่ำกับการชิมชา และ ทานขาหมูหมั่นโถว บ้างก็หลีกหนี ความวุ่นวายมาหาความเงียบสบาย ของบ้านรักไทยแห่งนี้ บ้านรักไทยยังมีกิจกรรมหลายอย่างไว้ให้นักท่องเที่ยว ได้สนุกสนาน เช่น การเดินป่าศึกษาเส้นทางโดยมัคคุเทศน์น้อย พาเข้าไปชม “คุกดิน” และการขี่ม้าพาข้ามแดนไป ฝั่งพม่า ที่บ้านรักไทยยังมีเกสถ์เฮาส์ริมน้ำ (บ้านดิน) ไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ต้องกับสัมผัสกับ ธรรมชาติแบบใกล้ ชิดอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน

   ชมดอกไม้สวยๆ หาชมได้ยากในฤดูร้อน ที่บ้านป่าเหมี้ยง เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนโดยอยู่ห่างจากตัวอุทยานฯประมาณ 14 กม. บ้านป่าเหมี้ยง ชุมชน บนเขาสูงโอบล้อมด้วยป่าเหมี้ยง มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็น ภูเขาสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ1,200 เมตร หมู่บ้านแห่งนี้มีจำนวนครัวเรือน ประมาณ 126 ครัวเรือนชาว บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนเหมี้ยง แปรรูปเหมี้ยงและหา ของป่าวิถีชีวิตของคนใน ชุมชนยังคงรูปแบบ ดั้งเดิมมีความเป็นเอกลักษณ์ในด้านขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมและ การละเล่นต่างๆ อาหารประจำถิ่นได้แก่ ยำใบเหมี้ยงยำดอกเสี้ยวหลามปลีไข่ป่ามสมุนไพรไส้อั่วเห็ดหอมฯลฯ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสได้จริงแมกไม้ และขุนเขาไว้คอยบริการ

เกาะเสม็ด จ.ระยอง

   ต้องมาแน่นอนกับ การรับลมทะเลในฤดูร้อน ไม่มีอะไรสมบูณแบบเท่านี้แล้วกับ เกาะเสม็ดสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งจังหวัดระยอง ชื่อกันว่าคือเกาะแก้วพิสดาร ในวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี ของสุนทรภู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของระยอง ที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทย และชาว ต่างประเทศ ตั้งอยู่บนตำบลเพ อำเภอเมือง อยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 3,125 ไร่ เกาะเสม็ด มีลักษณะเป็นเกาะรูปสามเหลี่ยม ส่วนฐานของเกาะอยู่ด้านทิศเหนือ ซึ่งหันเข้าสู่ฝั่งบ้านเพ มีภูเขาสลับซับซ้อนกันอยู่ 2-3 ลูก มีที่ราบอยู่ตามริมฝั่งชายหาด ส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านเหนือ และตะวันออก เหตุที่มีชื่อว่า “เกาะเสม็ด” เพราะเกาะนี้มีต้นเสม็ดขาว และเสม็ดแดงขึ้นอยู่มาก

เกาะเสม็ด จ.ระยอง

   บ้านริมเล โฮมสเตย์เกาะพิทักษ์ ตั้งอยู่บนอ่าวท้องครก อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นที่พักแบบโฮมสเตย์บนเกาะสุดชิลล์ที่ไม่ไกลจากฝั่งมากนัก ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็ก มีหมู่บ้านชาวประมงกระจายอยู่รอบเกาะ ทำให้คุณจะได้สัมผัสชุมชนริมทะเลที่สวยงามแห่งหนึ่งของชุมพร พร้อมชมวิวทะเลสุดลูกหูลูกตาได้แบบเต็มๆ ที่บ้านริมเล โฮมสเตย์เกาะพิทักษ์ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหาที่พักบรรยากาศดีๆ ริมทะเล ใครเบื่อๆ อยากหากิจกรรมทำสนุกๆ ที่นี่ก็มีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกทำมากมายไม่ว่าจะเป็นตกหมึก ดำน้ำดูปะการัง ร้องคาราโอเกะ พายคายัก หรือจะนั่งเรือชมวิวรอบเกาะก็สามารถทำได้

น้ำตกนางรอง จ.นครนายก

   รับลมทะเลเสร็จแล้ว ถ้ายังไม่จุใจเรา ขอพาเพื่อนไปชม แหล่งน้ำจืดที่แสนสวยงาม รับธรรมชาติให้เต็มปอดไปกับ น้ำตกนางรอง จ.นครนายก อีกหนึ่งน้ำตกขึ้นชื่อของนครนายก อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่แตกต่างจากน้ำตกสาริกา เพราะให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายกเป็นผู้ดูแล ที่นี่ถือเป็นน้ำตกขนาดกลาง สายน้ำไหลผ่านชั้นหินลดหลั่นลงมาเกิดเป็นแอ่งน้อยใหญ่ บริเวณโดยรอบร่มรื่นเป็นธรรมชาติ มีการจัดทำซุ้มม้านั่งและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับนักท่องเที่ยวประชาชน ส่วนใหญ่มักมาเที่ยวแบบปิกนิกปูเสื่อพักผ่อนนั่งเล่นนอนเล่น กินส้มตำ น้ำตก ไก่ย่าง เอร็ดอร่อย ด้านหน้าทางเข้ามีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมายเชียว นอกจากนี้ยังมีบ้านพักบรรยากาศดีให้บริการด้วย

SMEs ธุรกิจ ก้าวแรกของผู้อยากเริ่มต้นธุรกิจ

SMEs ธุรกิจ ก้าวแรกของผู้อยากเริ่มต้นธุรกิจ

SMEs

          SMEs ธุรกิจ ดูเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เริ่มต้นบนถนนธุรกิจ คนเหล่านี้มักมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่า ควรเริ่มต้นจากจุดไหนก่อน แล้วทำอย่างไรต่อไปจึงจะประสบความสำเร็จ แนวทางการเริ่มต้นธุรกิจ เราควรเริ่มจากการหาข้อมูลใน 3 ด้านใหญ่ๆ คือ กำลังของตนเอง ตลาดลูกค้าและคู่แข่ง จากนั้น จึงไปสู่การจัดตั้งองค์กร ซึ่งในแต่ละด้านมีรายละเอียดปลีกย่อย ที่ทางเรา Olifun ได้รวบรวมไว้เกี่ยวกับ SMEs ดังนี้

ก้าวแรกของผู้อยากเริ่มต้นธุรกิจ

SMEs ธุรกิจ ก้าวแรกของผู้อยากเริ่มต้นธุรกิจ

1 วัดกำลังตนเอง

          การรู้จักตน โดยประเมินว่าตนเองมีคุณสมบัติที่จะทำธุรกิจนั้น ๆ หรือไม่ เช่น มีความรู้ ความสามารถ มีความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ ยอมรับความเสี่ยง ในด้านต่าง ๆ ดังเช่น กล้านำเงินออมที่เก็บทั้งชีวิตมาลงทุน เป็นต้น และที่สำคัญ คือ ต้องหนักแน่น จริงจัง และกล้าตัดสินใจ เลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมกับตนเอง โดยดูจากความชอบ ความถนัด ความสนใจของตนเองเป็นหลัก เพราะ งานที่ตนรัก จะทำให้ผู้ประกอบการ อยากแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ทางธุรกิจ สำรวจฐานะทางการเงิน ว่าตนเองมีเพียงพอหรือไม่ การเงินควรจัดแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เช่น แบ่งไว้สำหรับใช้จ่ายในครอบครัว แบ่งเป็นเงินฝากไว้กับธนาคารเพื่อใช้ในยามจำเป็น และแบ่งไว้สำหรับการออมเพื่อการลงทุน อาจเป็นการลงทุนระยะสั้น และระยะยาว เช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาล เมื่อจัดแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ แล้ว เราจะเห็นว่าตนเองมีเงินเพียงพอเพื่อทำธุรกิจหรือไม่ หรือต้องหาจากแหล่งเงินกู้อื่น ๆ
          มีทำเลที่ตั้ง ถ้าผู้เริ่มต้นธุรกิจมีสถานที่เป็นของตนเอง และอยู่ในทำเลที่ดีก็ไม่มีปัญหา แต่หากผู้เริ่มต้นยังไม่มี ควรมองหาทำเลที่เหมาะสมกับธุรกิจ เช่น ย่านศูนย์การค้า ชุมชน อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ เป็นต้น และเรายังต้องคำนึงต่อด้วยว่า ทำเลควรใช้วิธีซื้อ หรือเช่าดี โดยดูที่เงินทุนว่ามีเพียงพอหรือไม่ หากเรามีเงินน้อย ก็ควรใช้วิธีเช่าจะดีกว่า ทั้งนี้ ผู้เริ่มต้นธุรกิจควรดูถึงรายละเอียดของสัญญา ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เพียงไร

2 สอดส่องตลาดลูกค้า-คู่แข่ง

          รู้ข้อมูลของลูกค้า ผู้เริ่มต้นธุรกิจควรสำรวจความต้องการสินค้าหรือบริการ ว่ามีมากน้อยเพียงใด เหมาะกับลูกค้ากลุ่มใด วัยใด ชาย หรือหญิง เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการผลิตต่อไป รู้ข้อมูลของคู่แข่ง ธุรกิจในปัจจุบันมีมากมาย เราจำเป็นต้องทราบว่า คู่แข่งของเราเป็นอย่างไร จุดเด่น จุดด้อยของเขาอยู่ตรงไหน แต่การรู้ข้อมูลของคู่แข่งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต่างฝ่ายต่างปิดบังข้อมูลเหล่านี้

3 การจัดตั้งธุรกิจ

          เมื่อประเมินตนเองและประเมินตลาดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดตั้งธุรกิจ วิธีจัดตั้งธุรกิจแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้ การตั้งวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของธุรกิจ ต้องมีความชัดเจน ว่าธุรกิจทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ผลที่คาดว่าจะได้รับ โดยผู้เริ่มต้นธุรกิจต้องคำนึงว่า เมื่อตั้งขึ้นมาแล้วจะสามารถทำตามได้หรือไม่ รูปแบบขององค์กรมีหลายลักษณะคือ เป็นเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ความรับผิดชอบของทั้ง 3 ลักษณะจะต่างกันไป คือ เจ้าของคนเดียว จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ในทุกเรื่อง ห้างหุ้นส่วนคือมีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ความรับผิดชอบของแต่ละคนมากน้อยต่างกันไปตามอัตราส่วนที่ตกลงกันไว้ ส่วนผู้ที่ลงทุนด้วยรูปแบบบริษัท ก็ต้องมีสมาชิก ก่อตั้งจำนวน 7 คนขึ้นไป และผลตอบแทนที่ได้จะอยู่ในรูปของเงินปันผล
          การหาแหล่งเงินทุน ปกติเงินทุนมาจาก 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ เงินทุนที่อยู่ในมือ และเงินทุนที่มาจากการกู้ยืม สำหรับการขอกู้เงิน หากเป็นนักลงทุนรายใหม่อาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่ได้รับความเชื่อถือ ดังนั้น การสร้างเครดิตหรือความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ และสิ่งที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของเราได้คือ ผลการดำเนินงานของกิจการ ที่ผ่านมา รวมถึงสถานะทางการเงิน เช่นงบการเงินต่าง ๆ ประมาณการกำไรที่คาดว่าจะได้รับ สินค้าหรือบริการที่จะผลิต ต้องสอดคล้องกับข้อมูลความต้องการของลูกค้า และที่สำคัญ สินค้าควรมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่เหมือนใคร การจัดจำหน่ายสินค้า ผู้เริ่มต้นธุรกิจควรดูความเหมาะสมของตลาดว่า จะจัดจำหน่ายในลักษณะใด เช่น ขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ผ่านพ่อค้าคนกลาง มีผู้แทนจำหน่าย หรือหลายวิธีรวมกัน เป็นต้น
          การจัดการทางการเงิน คือ การวางแผนการใช้จ่ายเงิน ให้เงินหมุนเวียนไหลคล่องตลอด สิ่งที่ช่วยให้รู้ฐานะ การเงินของเรา คือ การทำบัญชี งบการเงิน ไม่ว่าจะเป็น งบดุล งบกำไรขาดทุน ประมาณการรายรับรายจ่าย เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้เริ่มต้นธุรกิจยังต้องแบ่งส่วนเงินทุนหมุนเวียนไว้ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในกิจการ เช่น เงินเดือนพนักงาน เงินจัดซื้อวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เงินเหล่านี้ต้องควบคุมให้พอใช้ไม่ขาดมือ เพราะถ้าผู้ประกอบการสะดุดกับภาวะการเงิน กิจการอาจหยุดชะงักลงได้ พนักงาน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กิจการประสบความสำเร็จหรือไม่ ถ้านายจ้างสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พนักงานก็จะมีขวัญ และกำลังใจที่ดี ในการทำงาน ผลที่ตามมา กิจการจะเจริญรุดหน้า

สรุปง่าย ๆ ว่าแผน ธุรกิจ ควรมีอะไรบ้าง ดังนี้

  1. สินค้าหรือบริการที่จะขาย
  2. กลุ่มลูกค้าที่คาดหวัง

          3.จุ ดแข็งและจุดอ่อนของกิจการที่จะทำ

  1. นโยบายการตลาด
  2. วิธีการหรือกระบวนการในการผลิต รวมถึงเครื่องจักรอุปกรณ์ที่ต้องใช้
  3. ตัวเลขทางการเงิน นับตั้งแต่รายได้ที่คาดว่าจะได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน จำนวนเงินลงทุนที่ต้องการ และกระแสเงินสดที่คาดว่าจะได้มาหรือใช้ไป
PUBG Mobile เล่นอย่างไรให้เทพ

PUBG Mobile เล่นอย่างไรให้เทพ

PUBG Mobile

          PUBG Mobile เป็นเกมในรูปแบบ Battle Royal ที่ผู้เล่นนั้นจะต้องต่อสู้กับผู้เล่นคนอื่นๆ เพื่อหาผู้ชนะเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น มันจึงเป็นเกมที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความท้าทาย ความน่าสนใจคือถึงแม้ว่าจะลงบนโทรศัพท์มือถือแต่งานกราฟิกและการนำเสนอนั้นก็สามารถทำออกมาได้เป็นอย่างดีไม่แพ้กับฉบับ คอมพิวเตอร์ PC เลยแม้แต่น้อย

          เชื่อว่ามีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาสัมผัส PUBG บนระบบมือถือแล้วไม่ชิน เพราะระบบการเล่น สำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่อยากรู้ว่า PUBGMobile นั้นมีอะไรที่ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมหรือไม่ หรือมีความแตกต่างอะไรยังไงจากเวอร์ชั่น PC บ้าง ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในการเล่น PUBG Mobile ที่เรา Olifun อยากนำเสนอ

แล้วจะ เล่นอย่างไรให้เทพ ล่ะ? มาดูกัน

PUBG Mobile เล่นอย่างไรให้เทพ

1 เรียนรู้การควบคุม

          ข้อหนึ่งที่แตกต่างแน่นอนจากบน PC ก็คือการควบคุมที่ไม่เหมือนกันเลย แต่ก็ไม่เกินความสามารถของทุกคนแน่นอน เนื่องจากหน้าจอจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับปุ่มและอื่นๆบอกไว้ครบถ้วน ที่ควรจำเอาไว้คือ นิ้วซ้ายใช้เคลื่อนที่ นิ้วขวาใช้เล็งยิงและกดคำสั่งต่างๆ และสำหรับการเคลื่อนที่ ถ้าหากดัน Touch Screen ไปจนเลยวงกลมไปก็จะเป็นการวิ่ง ส่วนการหมอบ ก้ม เล็งและอื่นๆจะอยู่ด้านขวา

          สิ่งหนึ่งที่ควรระวังไว้สักหน่อยก็คือการเผลอไปกดโดนปุ่มอื่นๆโดยไม่ได้ตั้งใจ(โดยเฉพาะปุ่มยิง) ใครที่นิ้วใหญ่ๆหน่อยต้องระวังเอาไว้นิดหนึ่ง ส่วนการเก็บของนั้น ให้เราเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วเลื่อนเมนูเลือกหยิบของที่ต้องการได้เลย ส่วนถ้าเป็นกล่องจากศพศัตรูหรือ Air Drop ให้เลือกกดที่รูปกล่อง จะเป็นการเปิดกล่องขึ้นมาเลือกให้หยิบครับ

2 เลือกเก็บของไวและครบถ้วน

          สิ่งหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เล่นได้มากก็คือระบบเก็บของและแต่งปืนอัตโนมัติที่ผู้เล่นไม่ต้องมาพะวงเรื่องการจัดของให้ยุ่งยากแบบบน PC แถมยังมีระบบแต่งปืนอัตโนมัติมาให้ด้วย(แค่เก็บ Mod มาก็จะติดตั้งให้เลยทันที) แต่เราก็สามารถเข้าไปปรับแต่งปืนและดูของที่เก็บมาได้ที่เมนูรูปกระเป๋าเป้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่ควรทำหลังกระโดดร่มลงมาก็คือ พุ่งเข้าไปหาของที่วางกองอยู่ก่อน แทนที่จะเป็นกล่องหรืออย่างอื่น เพราะสามารถเห็นได้ทันทีจากทางด้านขวาว่าของบนพื้นนั้นมีอะไรอยู่บ้าง ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มากในบริเวณที่มีคนโดดร่มลงมาเยอะๆ และเราสามารถเลือกเก็บของได้เลยทันที

3 ไม่ต้องรีบยิง ค่อยๆเล็งจนแน่ใจก่อน

          เนื่องจากการบังคับการเล็งในระบบมือถือนั้นแตกต่างจากบน PC ที่ใช้เมาส์อย่างมากเพราะต้องใช้นิ้วในการเล็งแทนใช้ทั้งมือ และจอยังเล็กกว่าปกติมาก ทำให้หลายคนลนเวลาปะทะกันอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นว่ายิงไม่โดนจนกระสุนหมดไปเสียเฉยๆ หรือกลายเป็นโดนยิงตายแทน ให้เราใจเย็นๆ และรักษาระยะห่างในการยิงให้ดีๆ ในเวอร์ชั่นมือถือนี้มีระบบช่วยเล็งให้เรายิงโดนได้ง่ายขึ้นด้วย แนะนำว่าในระยะปานกลางที่ไม่ไกลจนเกินไปให้ยิงแบบไม่ต้องผ่านศูนย์เล็ง จะยิงได้ง่ายและคล่องตัวกว่าเพราะสามารถเคลื่อนที่ไปยิงไปได้ ส่วนในระยะไกลมากๆก็ให้เล็งผ่านศูนย์เล็งได้เลย อาจจะมีการขยับตำแหน่งบ้างเพื่อให้ฝั่งตรงข้ามเล็งยิงสวนคืนได้ยากขึ้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของแต่ละคนด้วยว่าจะเล็งยิงได้คล่องหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน

4 สังเกต Mini Map ด้านบนเสมอ

          สิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาใน PUBGMobile ก็คือการแจ้งเตือนเกี่ยวกับเสียงที่เกิดขึ้นในหน้า Mini map เราจะรู้ได้ทันทีว่าในบริเวณนั้นมีใครยิงกันแหรือเสียงวิ่งที่ใกล้เข้ามาได้ ดังนั้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอะไรดังขึ้น ให้รีบดูที่แผนที่ด้านบนเลย ว่าต้นตอของเสียงนั้นมาจากทางไหนเพื่อที่จะได้วางแผนรับมือได้ถูกครับ หรือถ้ามองไม่ชัดไม่ถนัดก็สามารถกางแผนที่ใหญ่ดูเพิ่มได้ด้วย

5 อย่าลืมเป้าหมายของเกม

          อย่าลืมว่า PUBG ไม่ใช่เกมที่คนชนะต้องเป็นคนที่ฆ่าได้มากที่สุด แต่หมายถึงคนที่อยู่รอดเป็นคนสุดท้ายต่างหาก อะไรที่ควรทำในเกมหลักก็ควรทำในเกมเวอร์ชั่นนี้ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นการเกาะรอบวง หรือเคลื่อนที่เมื่อวงบีบเข้ามา และการแบ่งของเมื่อเล่นร่วมกันเป็นทีม และการฟังเสียงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ใครที่ชินจากการเล่น PUBG เวอร์ชั่นปกติมาแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่ต้องทำเช่นเดิมห้ามลืมเด็ดขาดครับ ไม่จำเป็นต้องฆ่าเยอะเพราะนี่ไม่ใช่แข่งขันใหญ่ ทำอย่างไรก็ได้ขอให้รอดเป็นคนสุดท้ายก็พอ ถ้าเล่นคนเดียวก็ต้องเฉียบคม เล่นเป็นทีมก็ต้องมีทีมเวิร์คที่ดี

6 ปรับภาพกราฟฟิกให้เหมาะสมกับเครื่อง หรือปรับตามที่เกมแนะนำ

          ในตอนเริ่มเล่นใหม่ๆ เกมจะปรับภาพกราฟฟิกให้ตามสเปคของเครื่องมือถือ ซึ่งจะปรับมาอย่างเหมาะสมในหลายๆเครื่อง แต่ถ้าใครคิดว่าเกมยังกระตุกอยู่ ก็ให้เข้าไปปรับความละเอียดของกราฟฟิกลงมา เพื่อให้เล่นได้ไหลลื่นขึ้น

          แม้โดยหลักแล้วการเล่นทั่วไปจะคล้ายคลึงกับเวอร์ชั่น PC แต่ก็จะมีรายละเอียดบางอย่างที่ลดทอนลง แต่ก็มีส่วนใหม่ๆเพิ่มเข้ามาด้วย สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ได้เปรียบในเกมคือการควบคุมที่ดี ถ้าหากฝึกเคลื่อนระหว่างยิงได้คล่อง รับรองได้เลยว่าได้เปรียบกว่าคนอื่นๆ แน่นอน

แฟชั่นมาแรงปี 2022

แฟชั่นมาแรงปี 2022

แฟชั่นมาแรงปี 2022

          7 เทรนด์ แฟชั่นมาแรงปี 2022 เมื่อเริ่มต้นปีใหม่เราก็ต้องมาอัปเดตเทรนด์เสื้อผ้าแฟชั่น เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์กันนะ ซึ่งบางเทรนด์เป็นเทรนด์สดใหม่ ที่น่าจับตามอง แต่บางเทรนด์ก็เป็นเทรนด์ที่มีความฮอตฮิตในปีที่แล้วเป็นอย่างมากจนต้านไม่ไหว เลยส่งผลให้วงการแฟชั่นไม่อยากปล่อยเทรนด์เหล่านี้ไปง่าย ๆ จึงยังจะคงความฮอตต่อเนื่องยาวมาจนถึงในปีนี้ และมีแนวโน้มที่จะมาในรูปแบบที่จะใหญ่ปังอลังการกว่าเดิมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์สีสันฉูดฉาดแสนสดใส เสื้อผ้าเน้นความเซ็กซี่โชว์เนื้อหนัง ไปจนถึงโทนสีของยีนส์ และอีกหลากหลายเทรนด์ที่ทุกคนจะต้องเตรียมตัวรับความตื่นเต้นและความสนุกสนานในการแต่งตัวแฟชั่นในปีนี้ไว้ให้ดี งั้นเราไปดู 7 เทรนด์แฟชั่นมาแรงปี 2022 ที่ทางเรา Olifun ได้รวบรวมมานำเสนอในวันนี้

7 เทรนด์ ไม่อยากตกเทรนด์ต้องรู้ไว้

แฟชั่นมาแรงปี 2022

สีสันจี๊ดจ๊าด (Electric Colors)

          โดยในปีที่แล้วพวกเราชาวแฟชั่นนิสต้ารู้กันดีว่า สีเขียวเฉดมรกตแสนสวยอย่างสี “Kelly Green” มาแรงสุด ๆ จนฉุดไม่อยู่ สามารถยึดครองเทรนด์สีของไอเทมแฟชั่นต่าง ๆ จนแทบจะเป็นสีประจำปีของปีที่แล้วเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้นยังมีสีโทนสุภาพ สีแนวเอิร์ธโทนที่มีอิทธิพลค่อนข้างสูงในปีที่แล้วเช่นกัน โดยในปีนี้สาว ๆ ที่รักการแต่งตัวด้วยสีสันสดใสจะต้องเลิฟเทรนด์นี้อย่างแน่นอน เพราะนี่คือเวลาของพวกคุณค่ะ เตรียมตัวซื้อเสื้อผ้าสีเจ็บ ๆ มาเพิ่มใส่ตู้เสื้อผ้ารอไว้ได้เลย เพราะสีสันจี๊ดจ๊าดในปีนี้มาแน่แบบไม่ต้องสงสัย ส่วนสีเบา ๆ ที่แสนจืดชืดน่ะลืมมันไปได้เลย เพราะสีจี๊ดจ๊าดจนใจเจ็บกำลังจะมา!!

กระโปรงยาวลากพื้น (Maxi Hemlines)

          จากที่เราเคยกล่าวถึงเทรนด์กระโปรงสั้นกุด ไซส์มินิอย่าง Micro Skirts ในบทความก่อนหน้านี้ สั้นชนิดที่แบบความยาวแค่สามคืบนิ้วจากเอวลงมาเท่านั้น ที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ฮอตในปี 2022 แต่ด้วยความหลากหลายในวงการแฟชั่น ทำให้เกิดอีกเทรนด์ที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิงแบบสุดขั้วนั่นก็คือ เทรนด์กระโปรงยาวลากพื้นแบบ Maxi นั่นเอง น่าจะเป็นเพราะต้องการตอบสนองเหล่าสาวกชาวแฟชั่นที่มีหลากหลายสไตล์ ซึ่งพวกเราเป็นชาวแฟชั่นนิสต้าไม่มีการมาทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรอกนะ จะทำแล้วก็ต้องไปให้สุด จะสั้นก็จัดไปให้แซ่บ จะยาวก็ต้องถึงพื้นเท่านั้นถึงจะปั๊วะนะจ๊ะสาว ๆ

ยีนส์สีเข้ม (Dark Denim)

          ใครที่ยังใส่ยีนส์ฟอกสีเฟดสีซีดกันอยู่ เตรียมซื้อยีนส์ใหม่ได้เลยจ้า เพราะยีนส์สีเข้มจะเข้ามายึดครองวงการแฟชั่นในปีนี้ โดยเราจะได้เห็นยีนส์สีครามเข้มกลับมาโลดแล่นในเทรนด์ ในกระแสแฟชั่นอย่างแน่นอน ซึ่งเราจะสามารถเห็นได้ชัดจากลุคบนรันเวย์จากแบรนด์ดังระดับโลกต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ Saint Laurent ไปจนถึง Christian Dior ที่เหล่านางแบบยกทัพสวมใส่ยีนส์สีเข้มเดินขบวนอวดโฉมสุดปังให้เราได้ชม ซึ่งยีนส์เรียบ ๆ คัตติ้งเนี๊ยบสีเข้มนี่ล่ะจะเป็นสิ่งที่จัดว่าทั้งเท่ทั้งคูลสุด ๆ ในปีนี้เลยค่ะ

โชว์นิดโชว์หน่อย (Skin-Baring Everything)

          ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ กับเทรนด์นี้ ซึ่งทุกคนน่าจะสังเกตได้ว่าเสื้อผ้าสไตล์เซ็กซี่ โชว์เนื้อหนังแบบสายฝอ สไตล์สาวฝรั่งนั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งเราจะเห็นไอเทมแฟชั่นเหล่านี้จากทุกหนทุกแห่งเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เสื้อผ้าแฟชั่นแบบเว้นเนื้อผ้า มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตั้งใจให้โชว์ผิวหนังของผู้สวมใส่ เพิ่มความเซ็กซี่แบบ (Cutouts) รวมไปถึงเทรนด์การใส่เสื้อท่อนบนที่มีดีไซน์แบบบรา (Bra Tops) ซึ่งเทรนด์นี้สามารถแต่งตามได้อย่างง่ายดาย ตามสไตล์และตามแต่ความครีเอทีฟของแต่ละคนเลยค่ะ ไปลองสร้างสรรค์ลุคเผ็ดแซ่บที่เหมาะกับตัวเองกันดูนะคะทุกคน

แต่งตัวให้เหมือนไปเที่ยวตลอดเวลา (Vacation Wear)

          พร้อมจะไปพักร้อนกันหรือยังคะทุกคน? ทางเราเชื่อว่าทุกคนต้องอยากไปเที่ยวพักผ่อน อยากออกจากบ้านใจจะขาด อยากแต่งตัวสวยไปเที่ยวกันจะแย่ แต่ทำไงได้โควิดกำลังจะมาอีกรอบแล้วน่ะสิ คงต้องเที่ยวทิพย์กันไปก่อนตามเคย ถือว่าเป็นการเตรียมตัว เตรียมเสื้อผ้าแฟชั่นเพื่อไปเที่ยวคราวหน้าละกันเนอะ แก้ขัดกันด้วยการแต่งตัวสไตล์ Vacation Wear หรือการแต่งตัวแบบสายชิลล์ สไตล์เสื้อผ้าพักร้อนกันดีกว่า เป็นสไตล์เสื้อผ้าที่เหมาะกับอากาศเมืองไทยอีกด้วยน้า ไม่ว่าจะเป็นลายปริ้นท์กราฟิกลวดลาย Tropical สีสันสดใส เสื้อฮาวาย หรือกางเกงขาสั้น เชื่อเถอะว่าปีนี้มาแน่นอน

เสื้อผ้าดี ๆ ใส่ไปยาว ๆ (Luxe Staples)

          ในช่วงหลังทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า Fast-Fashion มีอิทธิพลในวงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากจะเป็นกลุ่มไอเทมเสื้อผ้าคุณภาพค่อนข้างต่ำ ใส่ได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องทิ้งต้องพังไป ยังมีขั้นตอนการผลิตที่ทำร้ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างน่าตกใจ ซึ่งเทรนด์ที่เราจะพูดถึงนี้เป็นเทรนด์ที่เราเห็นคุณค่าและคุณภาพของเสื้อผ้าแฟชั่นที่มาก่อนจำนวน เพราะเราไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้ามากมาย แต่เราควรจะมีเสื้อผ้าสวย ๆ คุณภาพเยี่ยม ที่สามารถใส่ไปได้นาน ๆ ต่างหากถึงจะถูก ซึ่งเทรนด์ Luxe Staples นี่ล่ะ จะต้องกลายเป็นเทรนด์มาแรงในปีนี้ เพราะคนจะหันมาสนใจเลือกซื้อเสื้อผ้าที่มีการออกแบบที่สวย คัตติ้งเนี๊ยบ คุณภาพเริ่ด ที่ถึงแม้ว่าจะต้องลงทุนค่อนข้างสูง แต่เชื่อเถอะว่าคุ้มค่าคุ้มราคา สามารถใส่กันไปได้แบบยาว ๆ เลยค่ะ

วัยรุ่น 2000s (All Things Y2K)

          สไตล์การแต่งตัวแบบ Y2K หมายถึงแฟชั่นในช่วงปลายปี 90s จนถึงช่วงต้นของปี 2000s บอกได้เลยว่าจะอยู่กับเราไปอีกยาว ๆ และไม่มีทีท่าว่าจะเอาท์เลยในเร็ววัน มีแต่จะยิ่งฮอต ยิ่งฮิตมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม และเชื่อเถอะว่า เทรนด์ นี้จะเป็นอีกหนึ่งเทรนด์แฟชั่นใหญ่ที่จะมาแบบอลังการในปีนี้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อครอปท็อปเอวลอย เสื้อยืดพอดีตัวสกรีนลายกราฟิกใหญ่ ๆ รวมไปถึงพวกกางเกงเอวต่ำทรงหลวม ๆ หรือกระโปรงยีนส์สั้นกุด ซึ่งส่วนใหญ่โทนสีของเสื้อผ้าในยุคนั้น มักจะเน้นไปทางสีที่ค่อนข้างฉูดฉาด เน้นความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์ในการแต่งตัวอย่างมีเอกลักษณ์

Trekking การท่องเที่ยวแบบใหม่ ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่

Trekking การท่องเที่ยวแบบใหม่ ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่

Trekking

          Trekking  การท่องเที่ยวแบบใหม่ ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่ วันนี้ OliFun จะพาเพื่อนไปรู้จักกับ รูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินว่าการเที่ยวแบบ Backpacking คืออะไร หรือการเที่ยวแบบ Hiking และ Camping เป็นอย่างไร แต่คงมีน้อยคนที่จะรู้จักการท่องเที่ยวแบบ แทร็กกิ้ง แล้วการท่องเที่ยวแบบ แทร็กกิ้ง คืออะไร มาดูกัน

          การท่องเที่ยวแบบ Trekking มักจะใช้สำหรับการเดินทางที่ใช้เวลานานหลาย ๆ วัน มีการเดินขึ้นเขาและลงเขาในระยะทางที่ไกล ๆ โดยส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินคนใช้คำนี้เวลาไปเที่ยวในบริเวณการเดินป่าระยะไกล ๆ เช่น การเดินทางในประเทศเนปาล

          ปัจจุบัน เราจะเห็นนักท่องเที่ยวเที่ยวแบบ แทร็กกิ้ง มากขึ้น ซึ่งแบ่งง่ายๆได้เป็น 2 กลุ่มครับคือ กลุ่มที่มีประสบการณ์มาบ้าง ไปมาหลายที่ และอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มมือใหม่ที่ไม่เคย trek มาก่อนเลย แต่อยากไปเที่ยวแบบนี้ดูบ้าง เพราะเห็นรีวิวต่างๆ ก็อยากไป หรือบางคนมีเพื่อนชวน เห็นรูปสวยๆ ก็ตกลงซื้อตั๋วเครื่องบินเลย ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าไปไหว ซึ่งกลุ่มนี้ต้องระวังเพราะยังไม่เห็นภาพว่าการไป trek จะลำบากหรือเหนื่อยแค่ไหน แม้ว่าการเดิน แทร็กกิ้ง แบบนี้มีประเด็นหลายอย่างที่ต้องระวัง เพราะต้องมีการเตรียมตัวเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ ความเสี่ยงในเรื่อง high altitude sickness ดังนั้นควรดูว่ามีประเด็นอะไรที่น่ารู้เกี่ยวกับการเที่ยวแบบนี้บ้าง สำหรับมือใหม่

การท่องเที่ยวแบบใหม่ ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่

Trekking การท่องเที่ยวแบบใหม่ ข้อควรรู้สำหรับมือใหม่

1. เที่ยวแบบ Trekking ไม่ใช่การท่องเที่ยวที่สะดวกสบาย ร่างกายต้องแข็งแรงและพร้อม

          การเที่ยวแบบ แทร็กกิ้ง คือการเที่ยวที่ต้องเดินเท้า ไปในสถานที่ธรรมชาติต่างๆ มักจะเป็นป่าเขา และมักจะอยู่ในที่สูงจากระดับน้ำทะเลพอสมควร ซึ่งการเดินเท้าไปเป็นระยะทางไกล ไปเป็นเวลาหลายๆวัน และต้องแบกของใช้ส่วนตัวติดตัวไปบ้าง แม้ว่าจะมีลูกหาบหรือ porter ช่วย ดังนั้นต้องเตรียมตัวอย่างดี สุขภาพร่างกายโดยทั่วไปต้องแข็งแรง สามารถออกกำลังกาย เดินไกลๆหรือวิ่งได้ไกลๆยิ่งดี คนที่มีสุขภาพไม่แข็งแรงหรือมีโรคประจำตัวไม่ควรไป

          เรื่องที่พัก อาหารการกินระหว่างทาง หรือห้องน้ำห้องท่าก็ไม่สบายแน่นอน นอกจากนี้ต้องทำใจเรื่องการติดต่อกับโลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสัญญานมือถือ Internet ซึ่งสถานที่ใน แทร็กกิ้ง route ส่วนใหญ่จะไม่มี เพราะฉะนั้นต้องคิดถึงประเด็นนี้ไว้บ้างก่อนการเดินทาง

2. ถามใจตัวเองก่อนว่าชอบการเที่ยวแบบ trekking จริงหรือไม่ อย่าตัดสินใจเพียงเพราะอยากเห็นวิวสวยๆ หรือมีเพื่อนชวนไป

          ประเด็นนี้ก็สำคัญครับ โดยเฉพาะมือใหม่ เพราะหลายๆคนไม่ได้คิดอะไร เห็นรูปสวยหรือเพื่อนชวนก็ตัดสินใจไปเลย ต้องระวังนิดหนึ่ง เพราะอย่างที่กล่าวมาแล้วว่าการเที่ยวแบบนี้ไม่สะดวกสบาย ต้องอดทน ถ้าเราไม่ได้ชอบเที่ยวแบบนี้จริงๆ ไปตามเพื่อน เมื่อเวลาเจอความลำบากหรือสถานการณ์จริงๆ ก็จะไม่สนุก เผลอๆ เถียงกันเปล่าๆ ว่าไม่รู้มาทำไม ทำให้ trip หมดสนุกไปเลย คนที่จะเที่ยวแบบ แทร็กกิ้ง ควรเป็นคนที่ชอบลุย กินง่าย อยู่ง่าย ชื่นชมกับธรรมชาติ 

3. ไม่ควรเลือก route ยากเกินไป ถ้ายังไม่มีประสบการณ์

          หลายครั้งที่นักท่องเที่ยวมือใหม่ ที่ไม่มีประสบการณ์ แต่อยากไปเดินที่ Everest base camp เลยหรือไป Kilimanjaro เลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องระวังอย่างมาก นักท่องเที่ยวมือใหม่พวกนี้มักจะไปเพราะเพื่อนชวน และเพื่อนคนที่ชวนส่วนใหญ่เป็นคนที่มีประสบการณ์มากแล้ว แต่มาชวนคนซึ่งไม่มีประสบการณ์เลย ในกรณีนี้ต้องระวัง เพื่อนไปได้ ไม่ได้แปลว่าเราจะไปได้ ดังนั้นควรเริ่มจาก route ง่ายๆ ก่อน ฝึกเดินในประเทศได้ดีก่อน ก่อนที่จะไป trek ที่ต่างประเทศ

          เช่นนักท่องเที่ยวบางคน ไม่มีประสบการณ์ trek หรือแม้แต่เดินป่าในไทยมาก่อนเลย ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะชอบการเดิน และจะแข็งแรงพอที่จะไป trek แต่อยากจะไป EBC(เส้นทางสุดคลาสสิกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเนปาล เป็นเส้นทางไป Everest Base Camp จุดพักสำหรับผู้ที่ต้องการปีนสู่ยอดเขาเอเวอเรสต์) เพราะทนเพื่อนชวนไม่ได้ ในกรณีนี้แนะนำให้ลองเดินขึ้นภูกระดึง หรือเขาช้างเผือก หรือเขาอื่นๆในไทยที่มีความสูงในระดับยากดูก่อน ถ้าขึ้นไม่ไหว ก็อย่าไป EBC เลยเพราะมันเสี่ยงเกินไป (EBC route ใช้เวลาประมาณ 14 วัน เดินทั้งหมดประมาณ 130 km) แต่ภูกระดึงเดินน้อยกว่านี้มาก และไม่มีปัญหา high altitude sickness อีกต่างหาก

4. ศึกษาข้อมูลการเดินทางให้ดี ว่าเราต้องเดินมากน้อยแค่ไหน และไปในที่สูงมากแค่ไหน

          ปัจจุบันเราอยู่ในยุคสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายดาย ทุกที่ที่เราจะไป ย่อมมีคนเคยไปมาก่อนเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น Poon Hill, ABC, EBC, Kinabalu, Kilimanjaro ฯลฯ ดังนั้นมือใหม่ควรจะหาข้อมูลสำคัญๆ ในสถานที่ที่จะไป แทร็กกิ้ง ก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ความสูง ฤดูกาลที่ควรไป รวมทั้งรายละเอียดการเดินในแต่ละวันว่าต้องเดินมากน้อยแค่ไหน และไปสูงแค่ไหน มีช่วงไหนที่เป็นหิน หรือต้องเดินผ่านหิมะหรือไม่ ฯลฯ

          นอกจากนี้ควรดูรีวิวต่างๆ โดยอย่าดูแต่รูปสวยๆ เพียงอย่างเดียว ต้องดูสภาพแวดล้อมในการเดินทางด้วย ว่าต้องเดินขึ้นเขามากแค่ไหน ห้องน้ำห้องท่ามีไหม และเป็นอย่างไร กินอาหารอย่างไร  นอนที่ไหน ฯลฯ ถ้าเราเตรียมตัว และรู้ข้อมูลอย่างดีจะทำให้การเดินทางของเราเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีความสุข

โรคนิ้วล็อค ทำความรู้จัก ที่นักสล็อตยุคใหม่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ

โรคนิ้วล็อค ทำความรู้จัก ที่นักสล็อตยุคใหม่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ

โรคนิ้วล็อค

          OliFun กับการดูแลสุขภาพประจำวัน วันนี้เรามาพร้อมกับ โรคนิ้วล็อค ทำความรู้จัก ที่นักสล็อตยุคใหม่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของนิ้วมือที่พบได้บ่อยมากที่สุด โดยโรคนิ้วล็อคพบได้ทั้งกลุ่มคนวัยทำงานไปจนถึงวัยชรา  โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงคือกลุ่มคนที่ต้องทำงานในลักษณะที่มีการเคลื่อนไหวมือซ้ำๆ เช่น คนที่ทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เกือบตลอดเวลา เพราะต้องจับเมาส์ท่าเดิมตลอดเวลา รวมทั้งในกลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ต้องใช้มือในการทำงาน เช่น ช่างไม้ ช่างตัดเสื้อ นักเขียน คนทำครัว แม่บ้าน คนทำสวน และยังรวมไปนักกีฬาบางประเภท หรือแม้กระทั่งนักสล็อตทั้งหลายที่เล่นสล็อตผ่านมือถือก็เป็นได้เช่นกัน

ทำความรู้จัก กับโรค ที่นักสล็อตยุคใหม่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ

โรคนิ้วล็อค ทำความรู้จัก ที่นักสล็อตยุคใหม่มักจะพบเจออยู่บ่อย ๆ

สาเหตุหลักของอาการนิ้วล็อค

          เกิดจากการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการงอนิ้วมือซึ่งอยู่บริเวณ ช่วงโค่นของนิ้วมือ โดยเส้นเอ็นที่บาดเจ็บจะเกิดการหนาตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การขยับเคลื่อนไหวของนิ้วทำได้ยาก การเหยียดนิ้วเพื่อทำกิจกรรมต่างในชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก หากอาการรุนแรงมากนอกจากจะรู้สึกเจ็บปวดแปร๊บๆ บริเวณนิ้วแล้ว บางครั้งนิ้วจะมีเกิดการค้างตึงไม่สามารถยึดเหยียดได้สุด หรือเมื่อเหยียดออกไปแล้วไม่สามารถงอกลับมาได้

          สำหรับเหตุที่ทำให้เกิดอาการอักเสบที่เส้นเอ็นและปลอกหุ้มเอ็นที่บริเวณนิ้วนั้นอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ แต่หลักๆ แล้วเกิดจากการใช้งานนิ้วมือหนักและนานเกินไป โดยไปสร้างแรงกดทับและเสียดสีให้กับเส้นเอ็น ทั้งจากการยกของหนักเป็นประจำ คนที่ทำกิจกรรมที่ต้องมีการกำมือแน่นเกือบตลอดเวลา

          นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการที่ในยุคนี้ผู้คนมีการใช้งาน โทรศัพท์สมาร์ทโฟนกันมากขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดการป่วยโรคนิ้วล็อค เพราะนิ้วมือถูกใช้งานหนักต่อเนื่องซ้ำๆ ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อนิ้วมือและฝ่ามือเกิดอาการเมื่อยล้า ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน

อาการนิ้วล็อค

          ระดับที่ 1 มีอาการปวดบริเวณโค่นนิ้วมือ กดแล้วรู้สึกเจ็บ เวลางอหรือเหยียดนิ้วอาจจะรู้สึกขัดๆ แต่ก็ยังไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งอาการนิ้วล็อคสามารถเกิดขึ่นได้กับทุกนิ้ว อาจเกิดกับนิ้วใดนิ้วหนึ่งหรือเกิดพร้อมกันหลายนิ้วก็ได้โดยนิ้วโป้งจะมีภาวะเสี่ยงต่ออาการนิ้วล็อคมากกว่านิ้วอื่น

          ระดับที่ 2 เริ่มมีอาการสะดุดเวลางอและเหยียดนิ้ว บางครั้งอาจรู้สึกปวด แต่เมื่อเหยียดและงอสลับกันไปสักพักอาการปวดก็หายไปยังสามารถเหยียดนิ้วได้สุด

          ระดับที่ 3 นิ้วเริ่มมีอาการติดล็อค งอและเหยียดได้ไม่สุด ต้องใช้มืออีกข้างช่วยยืดถึงจะสามารถเหยียดนิ้วที่มีอาการนิ้วล็อคได้สุด เวลางอนิ้วก็มีอาการแบบเดียวกัน

          ระดับที่ 4 นิ้วติดล็อคไม่สามารถเหยียดให้สุดได้ โดยมักจะเกิดกับนิ้วมือข้างที่ถนัดหรือใช้งานอยู่เป็นประจำ นิ้วจะมีอาการบวมชาแข็ง รุนแรงถึงขั้นใช้งานไม่ได้เลย

วิธีรักษานิ้วล็อค

  1. ใช้วิธีทางกายภาพบำบัด
  2. วิธีฉีดยาสเตียรอยด์
  3. รักษาด้วยการผ่าตัด
  4. รักษาด้วยตัวเองในเบื้องต้น โดยวิธีง่ายๆ สามารถทำได้เองดังนี้

          4.1 ท่าบริหารยกนิ้วท่าบริหารยกนิ้วสามารถทำได้ง่ายและไม่ต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม เริ่มจากวางมือลงบนโต๊ะหรือพื้นที่มีลักษณะเรียบ จากนั้นค่อย ๆ ยกนิ้วแต่ละนิ้วโป้งขึ้นอย่างช้า ๆ และปราศจากการเกร็ง โดยทำค้างไว้ 2 วินาทีและทำให้ครบทั้ง 10 นิ้ว

          4.2 ท่าบริหารงอปลายนิ้วเริ่มจากค่อย ๆ งอปลายนิ้วโป้งและบริเวณข้อต่อกลางระหว่างนิ้วลง เมื่องอจนรู้สึกตึงแล้วให้ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นจึงคลายออกพร้อมสลับทำให้ครบทั้ง 10 นิ้ว จะช่วยบรรเทาความปวดและลดความฝืดของนิ้วได้ดี

          4.3 ท่านวดกดจุดการนวดกดจุดจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อและพังผืดคลายตัว โดยเริ่มจากแบฝ่ามือข้างซ้ายพร้อมใช้นิ้วโป้งกดจุดบริเวณกึ่งกลางข้อมือ ต่อมาคลึงบริเวณอุ้งมือและกลางฝ่ามือ จากนั้นใช้นิ้วโป้งคลึงบริเวณข้อต่อของนิ้วแต่ละนิ้ว สุดท้ายดัดนิ้วทั้ง 5 นิ้วไปด้านหลังอย่างช้า ๆ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งทุกท่าของการนวดกดจุดควรทำค้างไว้ 10 -15 วินาที ก่อนจะเปลี่ยนท่าและสลับข้าง

          4.4 การแช่น้ำอุ่นการทำสปามือด้วยการแช่น้ำอุ่นถึงข้อมือเป็นเวลา 15 – 20 นาทีต่อวัน นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการเส้นเอ็นตึงแล้ว ยังช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก โดยทางทีมข่าวสดขอแนะนำให้เพิ่มสมุนไพรต่าง ๆ ไม่ว่าจะขมิ้น, มะกรูด, ขิง, ไพล หรือตะไคร้ เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

แนะนำสล็อตออนไลน์ เล่นผ่านมือถือได้ง่าย ๆ อย่างเกม Ninja vs Samurai

          Ninja vs Samurai นินจาปะทะซามูไร เกมสุดน่าลอง น่าเล่น หลายๆเกมของค่าย PG อาจจะมาในธีมของทางตะวันตก หรือทางประเทศจีน ที่จะมาในแนวความเชื่อ หรือโชคลาภ แต่เกมนี้จะมาในธีม แอคชั่น แบบญี่ปุ่น กับนักสู้ 2 สไตร์ เรื่องชื่อ จากทางญี่ปุ่น นั่นคือ นินจา และ ซามูไร เกมนี้เป็นที่น่าเล่นมาก ยิ่งใครชอบสไตร์แบบนี้ ยิ่งไม่ควรพลาด

          Ninja vs Samurai นินจาปะทะซามูไร เป็นสล็อตวิดีโอ 5 รีล 3 แถว ที่มี Wilds-on-the-Way ซึ่งในตัวเกมจะมีสัญลักษณ์พิเศษ scatter และ สัญลักษณ์พิเศษ wild ให้คุณสามารถลุ้นรับเงินรางวัลใหญ่ ๆ อย่าง super mega win ได้ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้นักเดิมพันต่างสนใจเกมนี้ก็เป็นได้ แน่นอนว่าความพิเศษมันคงจะไม่ได้อยู่ที่ในสัญลักษณ์เพียงอย่างเดียว ในตัวเกมนี้ยังมีค่า RTP ในการออกโบนัสค่อนข้างที่จะสูงอีกด้วย ซึ่งค่า RTP ของเกมนี้จะอยู่ที่ 97.44% และฟรีสปินพร้อมคุณสมบัติการเดิมพัน ลุ้นโอกาสรับรางวัลฟรีสปินสูงสุด 20 ครั้งและทวีคูณ x15000 เมื่อมีสัญลักษณ์สแคทเตอร์ 4 ตัวหรือมากกว่าที่เปิดใช้คุณสมบัติฟรีสปิน

          เกมนี้เป็นเกมสล็อตภาพสวย เล่นง่าย แตกได้แตกดี เหมาะสำหรับนักสล็อตทุกท่าน อย่ารอช้า ไปลองกันเลย